"Have you ever been haunted? Say something. The ads bounce like they say."
"Have you ever been haunted? Say something. The ads bounce like they say."
Follow other channels at
TICK: https://www.tiktok.com / @ itmobile story
Lemon8: https://s.lemon8-app.com/s/GgbfRUrkcT
Instagram: /
FanPage: https://www.facebook.com/itmobile.official
Facebook: https://www.facebook.com/Noppasithpu
Youtube: https://www.youtube.com / @ itmobile. Official
ในยุคที่มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เรามักประสบกับประสบการณ์ที่ดูเหมือนว่าอุปกรณ์นั้นรับฟังเราจริงๆ เช่น พูดถึงสินค้าหรือเรื่องราวใดเรื่องหนึ่ง แล้วไม่นานก็มีโฆษณาปรากฏขึ้นเกี่ยวกับสิ่งนั้น ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกหลอนและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว จากประสบการณ์จริง พบว่าแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ เช่น Google, Facebook, Instagram หรือแม้แต่ TikTok มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ผ่านหลายช่องทาง เช่น ประวัติการค้นหา กิจกรรมบนเว็บและแอป รวมถึงข้อมูลเสียงที่บันทึกโดยไม่ได้ตั้งใจ แม้จะไม่ได้เปิดไมโครโฟนโดยตรงก็ตาม แต่ระบบ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานส่งผลให้โฆษณามีความตรงกับความสนใจของเราอย่างน่าตกใจ ดังนั้นคำว่า "แอบฟัง" อาจไม่ได้หมายถึงการเปิดฟังเสียงจริงๆ ตลอดเวลา แต่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมหลากหลายที่เราให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจสอบและจัดการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวได้ เช่น การลบประวัติการค้นหา, ปิดการบันทึกกิจกรรมเสียงพูด และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในบัญชี Google นอกจากนี้ยังมีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้มือถือหรือแอปฟังเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ปิดสิทธิ์การเข้าถึงไมโครโฟนกับแอปที่ไม่จำเป็น ใช้โหมดไม่ระบุตัวตนในเบราว์เซอร์ หรือใช้แอปพลิเคชันเสริมที่ช่วยตรวจจับและแจ้งเตือนการเข้าถึงเสียง จากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อลองตั้งค่าปิดฟีเจอร์แอบฟังและจำกัดสิทธิ์แอป พบว่าโฆษณาที่เด้งบนมือถือมีความตรงกับสิ่งที่พูดคุยน้อยลงและไม่รู้สึกว่ามือถือกำลังสอดแนมมากเกินไป อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกปลอดภัยทางข้อมูลมากขึ้น แนะนำให้ทุกคนตรวจสอบสิทธิ์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของมือถืออย่างสม่ำเสมอเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของตนเอง