Automatically translated.View original post

Do you know how to brush your teeth with a toilet lid 😭?

This toothbrush is dirty a lot easier than we thought. And the more time I put it in the bathroom, the flush the toilet, the germs spread!! 😱

I know, but I didn't realize that I turned over my toothbrush for a few months.!!😭, the stain is full on the inside. If you don't flip it, you don't know.

So I started changing brushes more often. Now 😔 use two Systema Spiral Chacoal attached, but don't leave more than three months, hahahaha.

Oral health is much better. His bristles are mixed with Binchoton Charcoal. It helps dry bristles, deodorize odors and bacteria. Very good. Love is used.

Everyone is encouraged to change the brush more often, 🥹🫶🏻 because it really improves overall health. The disease we swallow through the toothbrush is a lot more than we thought.

# Thai people have to change the brush # Change to SYSTEMA

2025/10/1 Edited to

... Read moreถ้าจำเป็นต้อง “แปรงฟันในห้องน้ำสาธารณะ” เราว่าทำได้ แต่ต้องระวังเรื่องละอองฝอยจากการกดชักโครก (aerosol) ที่อาจพาเชื้อโรคมากระจายได้ โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้โถสุขภัณฑ์ หรือบริเวณที่คนใช้งานหนาแน่น เราเคยช็อกเหมือนกันตอนสังเกตหัวแปรงที่ใช้ไปสักพักแล้วมีคราบสะสมด้านใน ถ้าไม่พลิกดูคือไม่รู้จริงๆ วิธีที่เราทำแล้วรู้สึก “เสี่ยงน้อยลง” เวลาแปรงฟันข้างนอก: 1) เลือกมุมที่ห่างจากโถชักโครกที่สุด: ถ้าห้องน้ำมีโซนล้างมือแยกจากห้องส้วม เลือกแปรงบริเวณอ่างล้างมือด้านนอก อย่าแปรงใกล้โถหรือถังขยะเปียกๆ 2) ไม่วางแปรงบนเคาน์เตอร์เปียก: เคาน์เตอร์ห้องน้ำสาธารณะมักมีละอองน้ำและคราบจากการใช้งาน ใช้ “เคสแปรง” หรือซองสะอาดใส่แปรงไว้ตลอด และหยิบออกมาเฉพาะตอนใช้งาน 3) ระวังตอนมีคนกดชักโครก: ถ้าอยู่ใกล้ห้องส้วมและได้ยินเสียงกดน้ำบ่อยๆ เราจะหลบออกมาหรือหยุดแปรงชั่วคราว เพราะละอองอาจลอยค้างในอากาศได้สักพัก 4) ล้างแปรงให้สะอาดและสะบัดน้ำออก: หลังแปรงเสร็จล้างด้วยน้ำไหลให้ทั่วหัวแปรง แล้วสะบัดให้แห้งที่สุดก่อนเก็บ เพื่อลดความอับชื้น (ความชื้นนี่แหละที่ทำให้กลิ่นอับ/แบคทีเรียอยู่สบาย) 5) อย่าใส่เคสแบบปิดทึบตอนแปรงยังเปียก: เคสปิดทึบช่วยกันฝุ่นได้ แต่ถ้าเก็บทั้งที่ยังชื้นจะยิ่งอับ เรามักปล่อยให้หัวแปรงแห้งในที่อากาศถ่ายเทก่อนสักนิด (ถ้าทำได้) แล้วค่อยเก็บ 6) เปลี่ยนแปรงบ่อยขึ้น และเปลี่ยน “หลังป่วย”: อันนี้เราเริ่มทำจริงจังมากขึ้น เพราะกลัวติดเชื้อซ้ำ โดยเฉพาะช่วงเป็นหวัด/เจ็บคอ หรือมีแผลร้อนในบ่อยๆ ปกติเราไม่ปล่อยเกิน 3 เดือน และถ้าขนแปรงบาน/มีกลิ่นอับคือเปลี่ยนเลย 7) พกแปรงสำรองสำหรับนอกบ้าน: แยกแปรง “ใช้ที่บ้าน” กับ “ใช้ข้างนอก” จะคุมความสะอาดง่ายกว่า และลดโอกาสเอาเชื้อจากข้างนอกกลับเข้าบ้านด้วย สำหรับคนที่กังวลเรื่องคราบพลัคและกลิ่นอับ ลองเลือกแปรงที่ขนแปรงช่วยแห้งไว หรือมีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมแบคทีเรีย เช่นแนวขนแปรงบิดเกลียว/ผสมถ่าน (ชาร์โคล/บินโชตัน) แล้วหมั่นสังเกตหัวแปรงเป็นประจำ พลิกดูด้านในบ้าง เราว่าช่วยเตือนใจให้เปลี่ยนแปรงทันจริงๆ