เนมเป็นแม่ครั้งแรก 👶

เดือนที่ 1

แบ่งหน้าที่กับพ่อ

🍼แม่ปั้ม พ่อป้อน ทุก 3 ชม.

สภาพคือพังทั้งคู่ ตาโบ๋ เบลอ คุยกันไม่รู้เรื่อง นอนน้อยสุดๆ 😂

เดือนที่ 2

พ่อกลับไปทำงาน แต่ยังช่วยได้

แม่ลดรอบปั้มจาก 8 เหลือ 6

ไม่ปลุกลูกทุก 3 ชม. แล้ว เพราะน้ำหนักดี

กลางวันมีย่ามาช่วยทำอาหารบำรุง

และทานอาหารเสริมบ้าง น้ำนมเลยมาเพียงพอ

เดือนที่ 3

เริ่มอยู่ตัว ลูกนอนยาวขึ้น

พ่อแม่เริ่มกลับมาเป็นคน 😂

เลี้ยงลูกเอง 100% ปั้มวันละ 5 รอบ แต่น้ำนมยังเท่าเดิม

เดือนที่ 4

เจอ sleep regression เบาๆ

พ่อแม่กลับมาเบลออีกนิด 😂

แต่แค่ 1-2 อาทิตย์ก็กลับมานอนยาวปกติ

แม่ปั้มเหลือ 4 รอบ สบายขึ้น

คำถามที่สามีถามทุกวันคือ

“วันนี้เหนื่อยไหม”

เราไม่เคยตอบว่าเหนื่อยเลย

ทั้งๆ ที่ร่างกายแทบไม่ไหว

แต่ความสุขจากการได้อยู่กับลูก มันมากจนลืมเหนื่อย

จากคนไม่ตื่นเช้า ➡️ ตื่นได้

จากคนขี้เกียจ ➡️ ขยัน

จากคนไม่มีรูทีน ➡️ ทำเพื่อลูกได้ทุกวัน

อยากให้เค้าโตมาเป็นเด็กอารมณ์ดี

เป็นที่รักของทุกคน

ไม่อยากพลาดสักช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเค้าเลย

นี่คงจะเป็น “การเติบโตทางความรู้สึกของแม่” หลังมีลูก ว่าความรักแบบนี้เพิ่งเข้าใจจริงๆ ก็ตอนเป็นแม่แล้วสินะ ❤️

#โตขึ้นจึงรู้ว่า #เลี้ยงลูก

3/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเป็นแม่ครั้งแรกนั้นไม่เพียงแต่จะต้องดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่แม่และพ่อจะต้องปรับตัวและเรียนรู้วิธีการเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน ในช่วงเดือนแรก ๆ ของการมีลูก หลายคนอาจรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะพัง ทั้งนอนน้อยและความเหนื่อยล้าสะสมจากการต้องตื่นป้อนนมทุก 3 ชั่วโมง ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติที่คุณแม่มือใหม่หลายคนเจอ สิ่งที่ช่วยได้มากคือการแบ่งหน้าที่กับพ่อ เมื่อพ่อเด็กกลับมาช่วยเลี้ยงในเดือนที่ 1 และ 2 อย่างเช่นการช่วยกันปั้มนมและป้อนนมให้ลูก ทำให้แม่มีเวลาพักผ่อนบ้าง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงการปั้มนมลงตามน้ำหนักลูกที่ดีขึ้น ก็ทำให้แม่รู้สึกสบายกายขึ้นในช่วงเดือนที่ 2 ในช่วงเดือนที่ 3 เป็นช่วงที่ลูกเริ่มมีเวลานอนยาวขึ้น ทำให้แม่และพ่อได้พักผ่อนเพิ่มขึ้น สามารถกลับมามีช่วงเวลาสำหรับตัวเองได้บ้าง พร้อมกับการเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่โดยคุณแม่ยังคงปั้มนมประมาณ 5 รอบต่อวัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนที่ 4 คุณแม่อาจเจอกับภาวะ sleep regression หรือการถดถอยของการนอนของลูก ซึ่งนี่คือช่วงเวลาที่ลูกปรับตัวด้านการนอนใหม่ ทำให้พ่อแม่ต้องรับมือกับความเบลอจากการนอนน้อยอีกครั้ง แต่เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความรักที่แม่มีให้ลูก แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยแต่ความสุขจากการได้อยู่กับลูกและได้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดนั้น เป็นสิ่งที่ลืมความเหนื่อยล้าไปเลย นอกจากนี้ การเป็นแม่ยังช่วยให้แม่เปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น เช่น ตื่นเช้าได้ ขยันขึ้น และสามารถสร้างรูทีนเพื่อเลี้ยงดูลูกได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับคุณแม่มือใหม่ คำแนะนำก็คืออย่าลืมหาความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกเหนื่อยเกินไป เช่น ให้พ่อหรือคนในครอบครัวช่วยแบ่งเบาภาระ และไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ การเป็นแม่คือการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับลูก และหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักจะเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการดูแลลูกในทุกช่วงเวลานั้น