Automatically translated.View original post

The longer you know each other, the more you say "sorry."...Tough!!!

The longer you know each other, the harder it is to say "sorry."

Intimacy makes us neglect feelings.

Sometimes forgetting that people close to you

Is someone that we should cherish him a lot

Wrong. Should be "sorry."

Good things are "thank you."

Let's pass. Overlook. Neglect.

Is "silence."

Is "time bomb."

What's wrong? Clear!!

If it's wrong, just... sorry.

Garbage accumulated in the heart

Lack of care. Keep it clean.

One day will rot. Stink....

In the end, no one will endure the somberness.

Use the word "sorry..." heal the relationship.

Don't wait till the day... too late.

The day we wanted to say a lot.

But "No one's listening!"

< Puipinart >

🌿🩷🩷🩷🌿

# Love yourself # Take care of yourself # Nui share heart power # lemon 8 diary # My story

6/16 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม ผมสังเกตว่าคำว่า “ขอโทษ” นั้นยิ่งพูดยากขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ยาวนาน ด้วยความรู้สึกคุ้นชินและความคาดหวังที่เกิดขึ้นระหว่างคนใกล้ตัว ทำให้บางครั้งเราละเลยความรู้สึกของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ การขอโทษจึงกลายเป็นเรื่องที่ยากและยิ่งส่งผลให้ความรู้สึกขุ่นเคืองสะสมเหมือน “ขยะในใจ” ที่ไม่ได้รับการเก็บกวาด จนในที่สุดกลายเป็นระเบิดเวลาในความสัมพันธ์อย่างแท้จริง ผมเองเคยละเลยที่จะขอโทษเมื่อทำผิดในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และกว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง ความรู้สึกแย่ๆ ก็เริ่มก่อตัวจนยากจะแก้ไข ในช่วงเวลานั้นผมเรียนรู้ว่าการพูดคำว่า “ขอโทษ” อย่างจริงใจ ไม่ใช่แค่การยอมรับผิดเท่านั้น แต่มันเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและความตั้งใจที่จะรักษาความสัมพันธ์ นอกจากนี้ การขอโทษยังเป็นวิธีที่ช่วยให้เปิดช่องทางสื่อสาร เคลียร์ใจเรื่องที่ค้างคา และสร้างความเข้าใจกันมากขึ้น ผมจึงอยากแนะนำว่าอย่ารอจนสายเกินไปที่จะพูดคำขอโทษ เพราะวันหนึ่งถ้าคุณต้องการแก้ไขอะไรแต่ไม่มีใครอยู่ฟัง ก็อาจจะสายเกินแก้จริงๆ สุดท้ายนี้ คำว่า “ขอโทษ” ไม่เพียงแต่ช่วยเยียวยาความสัมพันธ์กับคนรอบตัว แต่ยังช่วยดูแลใจของเราที่อาจเต็มไปด้วยความอึมครึมและความเจ็บปวด ถ้าเราใส่ใจและกล้าที่จะขอโทษ ความสัมพันธ์ที่ยาวนานและแน่นแฟ้นก็จะอยู่ได้อย่างมั่นคงและเป็นสุขมากขึ้นครับ