หมึกหอมสวยๆเข้าแล้วจ้า ไม่แช่น้ำดองแห้ง เราอัดแพ้้คใส่ถุงสวยๆให้ค่ะ 💥✅️🚚🩷
หลายคนถามกันบ่อยว่า “หมึกหอม” แบบไหนดี และดูยังไงว่าเป็นหมึกสดจริง เราขอแชร์จากประสบการณ์ตอนเลือกหมึกหอมเข้าร้าน (โดยเฉพาะหมึกหอมจากภูเก็ตที่คนตามหาเยอะ) เผื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ 1) วิธีดูหมึกหอมสดๆ ด้วยตาเปล่า - ผิวและลาย: หมึกสดจะผิวตึง เงา ลาย/จุดยังชัด ไม่หมอง - เนื้อสัมผัส: กดแล้วเด้ง ไม่นิ่มเละ ไม่ยุ่ยง่าย - กลิ่น: ต้องเป็นกลิ่นทะเลอ่อนๆ ไม่ฉุน ไม่เปรี้ยว - ตาและหนวด: ตาใสไม่ขุ่น หนวดไม่หลุดง่าย โดยรวมดู “ทรงสวย” 2) หมึกหอม “ไม่แช่น้ำดอง” ต่างจากแบบแช่ยังไง หมึกหอมที่ไม่แช่น้ำดองจะได้รสหวานธรรมชาติ เนื้อเด้ง เคี้ยวหนึบแบบพอดีๆ เวลานำไปย่าง/ผัด/ลวก จะไม่คายน้ำเยอะจนจืดหรือหดมากเกินไป และรสชาติจะไม่เพี้ยน กลิ่นไม่แรงค่ะ 3) เก็บหมึกหอมให้สดได้นาน (ทำเองที่บ้าน) - ถ้ากินภายใน 1–2 วัน: เก็บช่องแช่เย็นในกล่องปิดสนิท วางบนถาดน้ำแข็ง (อย่าให้หมึกแช่น้ำละลาย) - ถ้าต้องการเก็บนาน: แนะนำทำความสะอาดแล้วซับให้แห้ง แบ่งเป็นชุดๆ ใส่ถุง/กล่อง ปิดให้แน่น ก่อนแช่แข็ง จะหยิบใช้สะดวกและคงความเด้งได้ดี - เคล็ดลับ: อย่าล้างน้ำบ่อยๆ หลังทำความสะอาดแล้ว ให้ซับแห้งจะช่วยลดกลิ่นและน้ำแข็งเกาะค่ะ 4) เมนูง่ายๆ ที่เข้ากับหมึกหอม - หมึกหอมย่างจิ้มซีฟู้ด: ย่างไฟกลางให้พอหอม อย่าเกินนาน เนื้อจะเหนียว - ผัดกระเทียมพริกไทย: ทำไวๆ ไฟแรง แค่สุกพอดี - ลวกจิ้ม: น้ำเดือดจัด ลวกสั้นๆ แล้วช็อกน้ำเย็น เนื้อจะเด้งมาก ถ้าใครกำลังหา “หมึกหอม” แบบตัวสวยๆ เน้นสด ไม่แช่น้ำดอง เราแพ็กใส่ถุงให้เรียบร้อย พร้อมส่งค่ะ อยากได้ไปทำเมนูไหน บอกได้เลย เดี๋ยวแนะนำขนาด/ปริมาณให้เหมาะกับการทำอาหารด้วยค่ะ











