#หนุ่มกรรชัย ติดเชื้อในกระแสเลือด เข้า รพ.ด่วน!! การติดเชื้อในกระแสเลือดจากท่อน้ำดีอักเสบติดเชื้อ (acute cholangitis) ซึ่งเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุด
ลงมาอุดตันท่อน้ำดี
หลายคนอาจสงสัยว่า cholangitis คืออะไร เพราะชื่อดูเป็นศัพท์แพทย์มาก ๆ จริง ๆ แล้ว “cholangitis” คือ ภาวะท่อน้ำดีอักเสบติดเชื้อ โดยมากเกิดจากมีอะไรบางอย่างไป “อุดตัน” ท่อน้ำดี ทำให้น้ำดีระบายไม่ออก แบคทีเรียเลยเจริญและลุกลามจนติดเชื้อได้ ส่วน acute cholangitis คือ แบบเฉียบพลัน อาการมาเร็วและอันตรายกว่า ต้องรีบพบแพทย์ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ “นิ่ว” (นิ่วในถุงน้ำดีหรือนิ่วในท่อน้ำดี) หลุดลงมาอุดตันท่อน้ำดี เหมือนท่อระบายน้ำถูกปิด น้ำดีค้างอยู่ ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ นอกจากนี้อาจเกิดจากท่อน้ำดีตีบ ก้อนเนื้อ/มะเร็งทางเดินน้ำดี หรือหลังทำหัตถการบางอย่างได้เหมือนกัน อาการที่ควรนึกถึง acute cholangitis แบบคลาสสิก มักพูดถึง 3 อย่าง (บางคนเรียก “สามประสาน”) คือ 1) ปวดท้องบริเวณชายโครงขวาหรือจุกแน่นลิ้นปี่ 2) มีไข้ หนาวสั่น 3) ตัวเหลืองตาเหลือง/ปัสสาวะเข้ม อุจจาระสีซีด บางรายอาจคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ที่ทำให้หลายคนตกใจคือ ทำไมถึงลุกลามเป็น “ติดเชื้อในกระแสเลือด” ได้ เพราะเมื่อมีการอุดตันและติดเชื้อในท่อน้ำดี เชื้อสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ เกิดภาวะ sepsis ความดันตก หน้ามืด สับสน มือเท้าเย็น หรือหายใจเร็ว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณหมอมักแนะนำให้ “เข้า รพ.ด่วน” ถ้ามีไข้สูง หนาวสั่นร่วมกับปวดท้อง/ตัวเหลือง โดยเฉพาะคนสูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ถ้าสงสัย cholangitis คุณหมอจะซักอาการ ตรวจร่างกาย และมักตรวจเลือดดูเม็ดเลือดขาว ค่าการอักเสบ และค่าตับ/ท่อน้ำดี (เช่น bilirubin, ALP) ร่วมกับอัลตราซาวด์หรือ CT เพื่อดูว่ามีท่อน้ำดีขยายหรือมีนิ่วอุดตันไหม แนวทางรักษาหลัก ๆ คือ 1) ให้ยาปฏิชีวนะและให้น้ำเกลือเร็ว 2) สำคัญมากคือ “แก้การอุดตัน” เช่นทำ ERCP เพื่อเอานิ่วออก/ใส่ stent ระบายน้ำดี หรือทำการระบายอื่นตามดุลยพินิจแพทย์ หลังอาการดีขึ้น บางคนอาจต้องวางแผนผ่าตัดถุงน้ำดีเพื่อลดโอกาสนิ่วกลับมา สิ่งที่อยากฝากจากที่ตามอ่านเคสข่าวและข้อมูลแพทย์: ถ้ามีไข้หนาวสั่นร่วมกับปวดท้องขวาหรือเริ่มตาเหลือง อย่ารอดูอาการนาน เพราะ acute cholangitis เป็นภาวะที่เวลา “มีผลต่อความรุนแรง” มาก รีบไปโรงพยาบาลจะปลอดภัยที่สุด



