Corn juice is very easy to make. Health line must love.
I didn't think it would be so easy to do.
It only takes 20 minutes to make corn water.
Natural sweet. No sugar needed.
This recipe is delicious. Intense.
2 pods of raw corn
900 ml drinking water
The end of the teaspoon.
Smoothing, fragrant, intense, long belly.
Can write down the formula to follow together
ทริคเล็กๆ ที่ทำให้น้ำข้าวโพด “หอม-เนียน-ไม่แยกชั้น” มากขึ้น (จากที่ลองทำบ่อยๆ) 1) เลือกข้าวโพดให้หวานธรรมชาติ ฉันชอบใช้ข้าวโพดหวานฝักอ่อนๆ เม็ดเต็ม สีเหลืองสม่ำเสมอ เวลาปั่นจะหอมและได้รสหวานแบบไม่ต้องเติมน้ำตาลเลย ถ้าฝักแก่เกินไป เนื้อจะสากและกลิ่นจะไม่ละมุนเท่า 2) อัตราส่วนที่กำลังดี สูตร 2 ฝัก : น้ำดื่ม 900 ml เป็นสัดส่วนที่ให้ความเข้มข้นพอดี ถ้าอยากได้ฟีล “มิลค์เชค/สมูทตี้” ให้ลดน้ำลงเหลือประมาณ 700–800 ml แต่ถ้าทำให้เด็กหรือคนชอบดื่มเบาๆ เพิ่มน้ำได้ถึงราว 1,000 ml แล้วค่อยปรับตามชอบครั้งถัดไป 3) เกลือปลายช้อนชาช่วยชูรสจริง หลายคนกลัวเค็มแล้วไม่ใส่ แต่เกลือแค่ปลายช้อนชาจะช่วยดึงความหวานของข้าวโพดให้เด่นขึ้น ดื่มแล้วรสกลมกว่าแบบไม่ใส่ 4) ปั่นให้เนียนก่อนค่อยให้เครื่องทำงาน ถ้าใช้เครื่องทำน้ำเต้าหู้/เครื่องปั่นทำอาหาร แนะนำปั่นให้ละเอียดก่อน แล้วค่อยเข้าโหมดทำความร้อน/ต้ม จะช่วยให้เนื้อสัมผัสเนียนขึ้น และลดโอกาสเป็นเม็ดๆ เวลาดื่ม 5) กรองหรือไม่กรองดี? - ถ้าชอบเนื้อเนียนแบบนม: กรองด้วยผ้าขาวบาง/ตะแกรงละเอียด 1 รอบ - ถ้าชอบไฟเบอร์อิ่มท้องนาน: ไม่ต้องกรอง ดื่มได้เลย จะได้เนื้อข้นๆ แนวสมูทตี้ 6) เก็บยังไงให้อร่อย ปล่อยให้เย็นก่อนแล้วค่อยแช่ตู้เย็น เก็บในขวดปิดสนิทได้ประมาณ 2–3 วัน (เขย่าก่อนดื่มเพราะอาจมีตกตะกอนตามธรรมชาติ) ถ้าจะอุ่น แนะนำอุ่นไฟอ่อนๆ และคนให้เข้ากัน 7) ไอเดียต่อยอดเป็นเมนู - ทำเป็น “โจ๊ก” ข้าวโพด: เติมข้าวสุกนิดหน่อยแล้วปั่นรวม จะได้เนื้อข้นอุ่นท้อง - ทำเป็นซุปเด็ก: ปรับให้จืดและกรองละเอียดมากขึ้น เนื้อจะนุ่มดื่มง่าย - ปั่นรวมกับนมถั่วเหลืองเล็กน้อย: กลิ่นหอมมันขึ้น (แต่ยังไม่ต้องใส่น้ำตาลก็อร่อย) ถ้าใครมีเครื่องทำน้ำเต้าหู้อยู่แล้ว ลองทำสูตรนี้ดูค่ะ ใช้เวลาไม่นาน แถมคุมความหวานเองได้ ดื่มเป็นอาหารเช้าหรือของว่างก็อยู่ท้องดีมาก











































































