เคยคิดว่าเรียนจบมันคือที่สุดของชีวิตล่ะความคิดตอนนั้น
ช่วงเดือนนี้เป็นช่วงรับปริญญาของม. รามปีนี้
ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนด้วยครับ
ในฐานะรุ่นพี่ม.รามเหมือนกัน ต่อไปหลังจากนี้คือ
ชีวิตจริงของน้องๆทุกคนแล้วนะครับ โลกหลังเรียนจบ
เข้าใจว่าเรียนจบมันคือที่สุดของชีวิตล่ะ เมื่อก่อน
กว่าจะเรียนจบได้แทบตาย ใครที่มีที่บ้านส่งให้
หรือมีคนส่งให้ดีหน่อย แต่คนที่ไม่มีใครส่งให้
นี่ดิ แม่งเหนื่อยโคตร ต้องหาเงินมาจ่ายด้วยตัวเอง
หาทันได้ก็ดีไป แต่หาไม่ทันต้องเสียเวลาดร๊อฟอีก
จบช้ากว่าคนอื่น หรือเสียเวลามากกว่าคนอื่นๆอีก
คิดว่าจบมาอย่างไงก็ต้องทำงานประจำ มีงานประจำ
มีเงินเดือนที่มันมั่นคง สรุปเด็กจบใหม่มา ได้12000บ.
มีฐานเงินเดือนดีหน่อยก็15000 ตกวันล่ะ500บ.ได้
บ้างคนจบมาไม่มีงานทำ หางานทำยาก ต้องไปทำงาน
สายที่ไม่ตรงกับที่จบมา เพราะดีกว่าไม่มีงานทำ
ยิ่งถ้าคนไม่มีประสบการณ์มาก่อน ไม่เคยทำงาน
ทำอะไรมาก่อนด้วยนะ ในการพิจารณาเข้ารับยิ่งยาก
นอกจากพวกที่เรียนเก่งจริง มหาลัยดังพวกนี้จะดีหน่อย
ส่วนในฐานเงินเดือนที่สตาทนั้นเช่นอ่า 15000ล่ะกัน
แต่เราลองมาคิดหักลบ ค่ากินค่าอยู่ดิวันหนึ่งที่ต้องจ่าย
ยังไม่รวมค่าจิปาถะ อื่นๆอีก มันเหลือไม่เท่าไรเลย
บ้างคนนี่ไม่พอด้วยซ้ำ ยิ่งยุคนี้ทุกอย่างแพงไปหมด
แล้วเรียนจบมาหมดไปเท่าไร กับสิ่งที่ได้มาหลังจบ
ทำให้ยุคนี้คนมีอาชีพเดียวมันไม่พอล่ะ ต้องหาทำนั้น
ทำนี้อาชีพเสริม อาชีพรอง บ้างคนมีความสามารถ
ทางออนไลน์ทางโซเชียลก็หาเงินได้ดีกว่างานประจำอีก
ทำให้เรียนรู้เลยว่าการเรียนจบมันไม่ใช่ที่สุด
ชายเลยเป็นคนที่ไม่ชอบทำงานประจำ และหาทำอื่นๆ
ที่ตัวเองชอบ ได้ลองผิดลองถูก ได้ใช้ชีวิตอิสระ
แบบที่ตัวเองเลือกเอง มันเลยได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเสมอ
แต่หลังจากจบแล้วใช้ชีวิตเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงที่บ้าน
เลี้ยงคนในครอบครัว และเอาชีวิตรอดนี่ล่ะคือที่สุด
ใครเคยคิดแบบที่ชายคิดแบบนี้ หรือคิดอย่างไง
มาแชร์กันครับ เพราะที่สุดของชีวิตตอนอดีต
วัยเรียนความคิดไม ่เหมือนกันของแต่ล่ะคน
พอโตขึ้นมาแล้วก็จะเข้าใจชีวิตมากขึ้น
#โตขึ้นจึงรู้ว่า #กว่าจะจบปริญญา
หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ต้องทุ่มเทเพื่อเรียนจบ สิ่งหนึ่งที่ผมเองและคนรอบข้างได้เรียนรู้ตรงกันคือ การจบการศึกษาไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะง่ายขึ้นหรือจบที่ความสำเร็จทันที ผมเคยคิดเหมือนกันว่าการเรียนจบจะเป็นที่สุดของชีวิต แต่จริงๆ แล้วนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เจอโลกของความเป็นจริงต่างหาก ในช่วงเวลาที่รับปริญญา เราอาจรู้สึกภูมิใจมาก แต่หลังจากนั้นก็จะเจอกับภาระและความท้าทายที่มากกว่า เช่น การหางานที่ตรงกับสาขาที่เรียน, เงินเดือนที่ไม่ค่อยสูงพอแม้จะทำงานประจำ หรือบางคนต้องปรับตัวไปทำงานที่ไม่ตรงสาย รวมถึงการหาอาชีพเสริมหรือทำงานผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้ การที่ผมเลือกเส้นทางที่ไม่ยึดติดกับงานประจำและทดลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น งานรีวิว การสร้างคอนเทนต์ หรือธุรกิจออนไลน์ ช่วยให้มีอิสระทางเวลาและสามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เสมอ ถึงแม้จะต้องเจอกับความผิดพลาดและล้มเหลวบ้าง แต่ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเติบโตและเข้าใจคุณค่าของชีวิตมากขึ้น ในยุคนี้ที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การมีแหล่งรายได้หลายทางจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก บางคนประสบความสำเร็จจากการใช้โซเชียลมีเดียและโลกออนไลน์เป็นที่สร้างรายได้ แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องเข้าใจว่านี่คือความท้าทายที่ต้องใช้ทั้งความพยายามและการวางแผนในระยะยาว สุดท้ายนี้ สำหรับน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่กำลังจะจบการศึกษา หรือเพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน อยากบอกว่าไม่ต้องกลัวถ้าทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่หวัง ให้เปิดใจเรียนรู้ทุกโอกาสและอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง เพราะชีวิตจริงคือการนำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้และก้าวผ่านอุปสรรคที่เข้ามาเพื่อสร้างชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขในแบบของตัวเอง







