Uppercut Black Light Limited Edition Matte Pomade
หลายคนถามว่า “Uppercut คืออะไร” — ถ้าพูดแบบเข้าใจง่าย Uppercut Deluxe เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสายบาร์เบอร์ที่ดังเรื่องความโฮลด์และกลิ่นสไตล์วินเทจ ๆ โดยตัวที่คนพูดถึงบ่อยคือ Uppercut Deluxe Matte Pomade เพราะเป็น “แมตต์” คือจัดทรงแล้วไม่เงา ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับวันที่อยากให้ผมดูหนา ๆ ฟู ๆ แบบหล่อเนี้ยบแต่ไม่มันเยิ้ม ส่วน Black Light Limited Edition ที่โพสต์นี้พูดถึง จะเป็นรุ่นลิมิเต็ดในไลน์ Matte Pomade (โทน/แพ็กเกจพิเศษ) แต่คาแรกเตอร์หลักยังอยู่ที่ “เนื้อแมตต์ + โฮลด์แน่น” วิธีเช็กง่าย ๆ ตอนปาดออกจากกระปุก: เนื้อจะค่อนข้างแห้งกว่าพวกวอเตอร์เบสเงา ๆ ต้องวอร์มบนฝ่ามือให้แตกตัวก่อน แล้วค่อยลงบนผม จะทำให้เกลี่ยง่ายและไม่เป็นก้อน ถ้าถามว่า uppercut matte เหมาะกับทรงไหน ผมว่ามันเข้ากับทรงบาร์เบอร์สุด ๆ โดยเฉพาะแนว Uppercut haircut ที่ด้านข้างไถเฟด (เช่น taper fade) แล้วด้านบนยาวพอให้เซ็ตเป็น textured quiff / messy pompadour / side part แบบธรรมชาติ ตัวแมตต์จะช่วยเน้นเท็กซ์เจอร์ ทำให้ผมดูมีมิติ ไม่แวววาวเกินไป ทริคที่ผมใช้ให้ได้ฟีล “ร้านบาร์เบอร์”: 1) ลงตอนผมหมาด (เช็ดให้เกือบแห้ง) จะเซ็ตทรงง่ายและติดทนนาน 2) เริ่มจากลงด้านหลัง-ด้านข้างก่อน แล้วค่อยไปด้านหน้า เพื่อคุมทิศทางผม 3) อยากได้วอลลุ่ม ใช้ไดร์ยกโคนก่อน แล้วค่อยปิดงานด้วย Matte Pomade 4) ถ้าผมหนา/แข็งมาก เพิ่มปริมาณทีละนิด อย่าโบกทีเดียว เพราะเนื้อแมตต์จะหนักได้ เรื่องการล้างออก: โดยรวมล้างง่ายกว่าพวกปิโตรเลียมโปเมด แต่ถ้าลงเยอะ แนะนำแชมพู 1-2 รอบ (หรือสระรอบเดียวแล้วตามด้วยครีมนวด) จะสะอาดและผมไม่แห้งเกินไป สรุปสำหรับคนที่กำลังลังเลซื้อ pomade uppercut: ถ้าชอบลุคผมแมตต์ เน้นเท็กซ์เจอร์ โฮลด์ดี ใช้กับทรงเฟด/ท็อปยาวได้สวย รุ่น Matte Pomade (รวมถึง Black Light Limited Edition) เป็นตัวที่หยิบใช้ได้บ่อย โดยเฉพาะวันที่อยากได้งานหล่อเนี้ยบแบบ “collective” ฟีลทีมช่าง-สายบาร์เบอร์ครับ













