🍎 พาณิชย์รุกหนัก! ดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก จับคู่ธุรกิจทะลุ 600 นัดหมาย คาดโกยเงินกว่า 1,000 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ เปิดเกมรุกรับฤดูกาลผลไม้ จัดโครงการจับคู่ธุรกิจ (Matching) ขนทัพผู้ประกอบการไทยพบผู้ซื้อศักยภาพสูงจาก 18 ประเทศทั่วโลก สร้างเม็ดเงินสะพัด พร้อมชู "สับปะรดไทย" เสียบช่องว่างตลาดสหรัฐฯ รับสิทธิยกเว้นภาษีช่วงโค้งสุดท้าย

📌 เจรจาการค้าคึกคักเกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 600 นัดหมาย (Onsite & Online) ระหว่างผู้ประกอบการไทย 101 บริษัท และผู้นำเข้าต่างชาติ 94 บริษัท

ดีลใหญ่ UAEลงนามซื้อขาย (MOP) 10 คู่ค้ากับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมปริมาณกว่า 3,000 ตัน

โอกาสทองสับปะรดไทย เร่งผลักดันส่งออกไปสหรัฐฯ หลังได้รับยกเว้นภาษี (มาตรา 122) ซึ่งมีระยะเวลาสิทธิประโยชน์เหลือประมาณ 150 วัน

ยุทธศาสตร์ปี 2569 ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด "Thailand: The Land of Tropical Fruits" เน้นบริหารจัดการเชิงรุก 8 มาตรการ ครอบคลุมการผลิตจนถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สถิติส่งออก ปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดและแปรรูปมูลค่าสูงถึง 2.9 แสนล้านบาท (ขยายตัว 3.83%) โดยมีจีน สหรัฐฯ และมาเลเซีย เป็นตลาดหลัก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ย้ำชัดเป้าหมายคือการ "หาตลาดล่วงหน้า" เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาให้เกษตรกร พร้อมเตรียมลงพื้นที่ด่านชายแดนเวียดนาม-จีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ มั่นใจคุณภาพระดับพรีเมียมจะทำให้ผลไม้ไทยครองใจคนทั่วโลกอย่างยั่งยืน

#ผลไม้ไทย #ส่งออก #กระทรวงพาณิชย์ #DITP #จับคู่ธุรกิจ

3/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะผู้ที่ติดตามและสนับสนุนผลไม้ไทยมายาวนาน ต้องบอกว่าการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาด แต่ยังเป็นการยืนยันศักยภาพของผลไม้ไทยในเวทีโลก จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในปีที่ผ่านมา พบว่า กระบวนการเจรจามีความรัดกุมและเน้นผลประโยชน์ระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งการจับคู่มากกว่า 600 นัดหมายสะท้อนถึงความต้องการและความพร้อมของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ทำให้สับปะรดไทยกลายเป็นสินค้าที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง อีกสิ่งที่เห็นชัดคือการมุ่งเน้นพัฒนาผลไม้ไทยให้มีคุณภาพระดับพรีเมียม มีการควบคุมตั้งแต่กระบวนการปลูกจนถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ทำให้ภาพลักษณ์ผลไม้ไทยได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การส่งออกผลไม้สดและแปรรูปที่มีมูลค่าถึง 2.9 แสนล้านบาทในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเห็นได้ว่ากระทรวงพาณิชย์มีการวางแผนและเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรไทยอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ตรง การสร้างตลาดล่วงหน้าและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นใจว่าผลไม้ไทยจะครองใจผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน เป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญและเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับโอกาสที่กำลังเปิดกว้างในอนาคต