Automatically translated.View original post

Rating sunscreen

3/21 Edited to

... Read moreเวลาเลือก “ครีมกันแดด” เรามักดูแค่ SPF/PA แต่พอใช้จริงแล้วสิ่งที่ทำให้หยิบมาทาซ้ำคือฟีลบนผิวและความเข้ากับกิจวัตรในแต่ละวันค่ะ จากที่ลองกันแดด Biore SPF 50+ PA+++ สองสูตรที่เป็นหลอดสีชมพูกับสีฟ้าม่วง (แนวผิวกระจ่างใส vs โทนอัพ) ขอมาแชร์ทริคเลือกใช้ให้คุ้มและได้ผลแบบเห็นความต่างจริง 1) เลือกตาม “งานผิว” ที่ต้องการ - ถ้าวันไหนอยากได้ลุคผิวดูสม่ำเสมอขึ้นแบบเร่งด่วน แนะนำแนวโทนอัพ (หลอดฟ้าม่วง) เพราะช่วยปรับผิวให้ดูขาว/สว่างขึ้นทันที เกลี่ยง่าย และให้ฟีลผิวดูเรียบขึ้น เหมาะกับวันที่แต่งหน้าเบาๆ หรือรีบออกจากบ้าน - ถ้าต้องออกแดดบ่อยและอยากเน้นความรู้สึกผิวดูใสแบบเป็นธรรมชาติ สูตรที่เน้นผิวกระจ่างใส (หลอดชมพู) จะให้ความรู้สึกผิวเนียนๆ และดูสม่ำเสมอ ช่วยเรื่องภาพรวมผิวดูดีขึ้นโดยไม่ทำให้หน้าลอยมาก 2) ทาให้ “พอ” ถึงจะกันแดดได้จริง หลายคนทากันแดดน้อยไปเลยรู้สึกว่าไม่ค่อยช่วยอะไร สำหรับผิวหน้าให้กะประมาณ 2 ข้อนิ้ว (หรือทาให้ทั่วแบบไม่บางจนเกินไป) ส่วนผิวกายทาแบบไม่หวง ใช้เวลานวดให้ซึม โดยสองสูตรนี้จุดที่ชอบคือซึมไว ไม่เหนียว และกันน้ำกันเหงื่อ ทำให้ทาได้บ่อยขึ้นแบบไม่รำคาญผิว 3) โทนอัพใช้อย่างไรไม่ให้เป็นคราบ ถ้าเป็นสูตรปรับผิวขาวทันที แนะนำทาทีละส่วนและเกลี่ยให้เนียนก่อนค่อยเติมเพิ่ม โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ/คอ/ไหล่ จะช่วยลดโอกาสเป็นเส้นหรือคราบ และถ้าใส่เสื้อเข้มๆ ให้รอเซ็ตตัวสักครู่ก่อนแต่งตัว จะสบายใจกว่า 4) อย่าลืม “ทาซ้ำ” โดยเฉพาะวันโดนแดดจัด ถึงจะ SPF50+ PA+++ ถ้าออกกลางแจ้ง เหงื่อออก หรือโดนน้ำบ่อย ควรทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง ผิวจะคงความสว่างและลดความหมองระหว่างวันได้ชัดเจน 5) เหมาะกับใคร? - คนที่อยากได้ครีมกันแดดทาตัว/ทาหน้าแบบจบในตัว เนื้อบางเบา ไม่เหนียว - สายกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการกันน้ำกันเหงื่อ - คนที่ชอบงานผิวสว่างขึ้นทันที (โทนอัพ) หรืออยากได้ลุคผิวดูใสสม่ำเสมอ (ชมพู) โดยรวมสองหลอดนี้เป็นกันแดดที่ “ใช้แล้วหยิบซ้ำ” เพราะทาแล้วผิวดูเรียบเนียนขึ้นจริง และตอบโจทย์ทั้งวันสบายผิวกับวันอยากโทนอัพค่ะ