กินดีวันที่ 1/100

68 kg>>> 45 kg

📌ไม่รู้จะลดน้ำหนักได้ไหมนะ กินไม่ตรงเวลา กินแต่ละมื้อกินไม่ได้หมดในคราวเดียว เพราะเป็นแม่ค้า มีออเดอร์มาก็ไปทำ แล้วถ้าติดลมออเดอร์มารัวๆก็จะไม่ได้กิน จากน้ำหนัก 43-44 ไม่เคยเกิน 45 ภายใน2 ปี หนัก 56-58 ตอนปัจจุบัน ลดในแบบฉบับคนขี้อึดอัด 😂😂😂 รอบนี้คิดว่าจะลดจริงๆจังๆจะไม่มีวันฟรีเดย์ใดๆทั้งสิ้น แต่จะลดไม่กดดันตัวเองมากเกินไป ลดแบบไม่อยากเครียด พอเห็น้ำหนักตัวเองมันเครียดอ่ะ 😥

🥬🫛ลดหวาน มัน ลดเค็ม งดของทอด งดของแปรรูปทุกชนิด🥒🥦

✔️มื้อที่1

🍲ชื่อเมนู: ก๋วยเตี๋ยว(ลืมถ่ายรูปไว้) ไข่ต้ม 3 ฟอง(กินแต่ไข่ขาว) เป็นคนไม่กินไข่แดงอยู่แล้วคับกินไม่ได้

บะหมี่แห้ง ไม่กระเทียมเจียว ไม่ลูกชิ้น

✔️มื้อที่2

🍲ชื่อเมนู:ยำทูน่า กับผักคอส (แบบแซ่บ)

อันนี้อร่อย ให้เต็ม 10 ไม่หัก ปรุงไม่เยอะค่ะก็อร่อยค่ะ

✔️มื้อที่3

🍲ชื่อเมนู:ตำข้าวโพด ไข่ขาวต้ม 4 ฟอง ขนมจีน1ห่อ

วันนี้ออกกำลังกายไป 15 นาทีก่อนทานมื้อสุดท้ายค่ะ

ไม่รู้จะผอมไหม ลดยากจัง 🥲 สู้ ✌🏻✌🏻

3/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของคนที่มีเวลาจำกัดและต้องรับผิดชอบงานขาย ทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องท้าทายมาก เพราะบางวันไม่ได้กินอาหารครบทั้งมื้อ หรือกินไม่ตรงเวลาเลยก็มี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตั้งใจและใจเย็นกับตัวเอง ไม่กดดันจนเกินไป เพราะความเครียดจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ทำให้อ้วนได้ง่ายขึ้น วิธีที่ช่วยให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงโดยไม่รู้สึกอึดอัดคือการเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเส้นแห้ง ไข่ขาวที่ช่วยเพิ่มโปรตีน โดยไม่เพิ่มไขมันจากไข่แดง ยำทูน่ากับผักคอสที่เน้นความแซ่บและวิตามิน รวมถึงตำข้าวโพดที่เพิ่มไฟเบอร์และความอิ่มท้อง นอกจากนี้ยังมีการงดของทอด ของแปรรูป และลดหวานมันเค็มอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยให้ร่างกายไม่เก็บไขมันได้ง่าย แน่นอนว่าการออกกำลังกายก็เป็นส่วนสำคัญ ถึงแม้จะมีเวลาน้อยแค่ 15 นาที ก็ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดีขึ้น เพียงแค่ทำอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งไม่ต้องหักโหมจนเกินไป เพราะความสบายใจและความสนุกในการลดน้ำหนักจะช่วยให้สำเร็จได้อย่างยั่งยืน สุดท้าย การติดตามน้ำหนักและความเปลี่ยนแปลงไม่ควรเป็นเรื่องเครียด เพราะน้ำหนักอาจขึ้นลงได้ตามช่วงเวลา สิ่งสำคัญคือรู้สึกดีและสุขภาพแข็งแรง การลดน้ำหนักแบบไม่กดดันและมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น