Automatically translated.View original post

✨🐇everyone in this room will someday be dead🐈‍⬛✨

📚 Books: Everyone in this room will someday be dead, someday we'll all fall apart.

🖋 Written: Emily Austin

Translation: Phurijña Amuni at Ayutthaya

🎨 Cover Design: Manita. Promote.

🖨 Published by: @ readmashmallow Marshmallow Publishing

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

To be honest, when I decided to buy this book, it was because of the cover. It was designed by Manita Promos, the person who designed the cover for the memory police of Jaime Books. I saw that it was the best to hit the selected color line, the material of the cover. I really liked it, so I had to find one of the 100 copies of ABCD 2025.

The book tells a story about Gilda, a 28-year-old girl with mental health problems but fate pranks lesbians like Gilda to get a chance to work in God's service as a new employee at a Catholic church, replacing the same employee who left Gilda with a puzzle to find out. The book frankly raises the issues of relationships, sadness, anxiety, questions about life to death, but retains the jokes that taste like it.

Thank you to every book cover maker on earth who is the first door to choose to pick up a good book to read.

# Book review # bookreview # Own library # mashmallowpublishing# Someday we are all gone.

2025/10/26 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “everyone in this room will someday be dead” หรือชื่อไทย “สักวันเราต่างลาลับดับสลาย / บันทึกก่อนโลกดับสลาย” น่าจะกำลังมองหาว่าเล่มนี้เป็นแนวไหน อ่านยากไหม และเหมาะกับใคร เราอ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นนิยายที่ “ตลกร้ายแบบจริงใจ” มากๆ คือพูดเรื่องความตาย ความเจ็บป่วย และความวิตกกังวลตรงๆ แต่เล่าด้วยจังหวะที่ทำให้เราเผลอขำทั้งที่ใจมันหน่วงอยู่ตลอด โทนเรื่องไม่ได้เป็นสยองหรือฆาตกรรมอะไรนะ แต่เป็นความหม่นแบบชีวิตจริงของคนที่มีปัญหาสุขภาพจิต (ตัวเอกชื่อกิลด้า) แล้วดันต้องไปทำงานในโบสถ์คาทอลิก ทั้งๆ ที่ตัวตนกับบริบทมันขัดกันพอสมควร ตรงนี้ทำให้เรื่องมีความ “จิกๆ คันๆ” และเสียดสีเบาๆ เกี่ยวกับศรัทธา ความรู้สึกผิด และความโดดเดี่ยว อ่านไปจะเหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในหัวของกิลด้า เห็นความคิดที่วนลูป กังวลเกินเหตุ และถามตัวเองตลอดว่าเราจะอยู่ยังไงในโลกที่ทุกอย่างดับสลายได้ตลอดเวลา สิ่งที่เราชอบคือหนังสือไม่ได้พยายามสรุปชีวิตให้สวยงามเกินจริง มันยอมให้ความไม่มั่นคงอยู่ในเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ บางตอนคือเหมือนบันทึกความคิด (อ่านแล้วนึกถึงชื่อแนวๆ “บันทึกก่อนโลกดับสลาย”) ที่ทั้งเปราะบางและขำขื่นไปพร้อมกัน ใครที่เคยมีช่วงรู้สึกว่าโตแล้วแต่ในใจยังเป็นเด็ก ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง หรือกลัวความตายแบบอธิบายไม่ถูก น่าจะอินมาก ในแง่ “อ่านยากไหม” เราว่าอ่านง่ายกว่าที่ชื่อเรื่องทำให้คิด ภาษาเล่าเรื่องลื่น และมีอารมณ์ขันช่วยพยุงเนื้อหาหนักๆ เอาไว้ แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่ามีธีมเรื่องความตาย ความเจ็บป่วย และความวิตกกังวลค่อนข้างชัด ถ้าใครช่วงนี้ใจบาง อาจอ่านแบบค่อยๆ ไปทีละบท หรือหาเวลาที่เราพร้อมหน่อย อีกอย่างที่หลายคนน่าจะอยากรู้คือปก—เล่มนี้ปกเด่นมาก (มีทั้งภาพผู้หญิงผมดำกับแมวสีเทา และองค์ประกอบอย่างกระต่ายสีชมพูที่ทำให้จำได้ทันที) เป็นปกที่ดึงเราเข้าหาหนังสือจริงๆ แบบ “เห็นแล้วอยากหยิบ” และพออ่านจบจะรู้สึกว่าความน่ารัก/แปลกของภาพมันเข้ากับความตลกร้ายในเรื่องอย่างประหลาด สรุปสำหรับเรา: เหมาะกับคนที่ชอบนิยายร่วมสมัยที่แตะสุขภาพจิตแบบไม่สวยหรู ชอบความตลกแห้งๆ และอยากอ่านอะไรที่พูดเรื่องความตายอย่างตรงไปตรงมา แต่ยังทำให้เรารู้สึกว่า…เออ ชีวิตมันก็เดินต่อได้ทีละวัน