自動翻訳されています。元の投稿を表示する

🛑 3つのタブー!リウマチの再発を望まない場合

🛑3つのタブー!リウマチの再発を望まないなら(アンの編)

1.グループ食品で「口を楽しませないでください」、炎症性の火に薪を追加します。

一つ目は、超加工食品や加工食品、砂糖、無糖の果物、グルテン、白い小麦粉、そしていくつかの植物油の禁止です。なぜなら、それらは私たちの詩の炎に薪を加えるようなものだからです。

アンの経験:過去には、パン、加工食品、カリカリのスナック、無糖の果物を食べることに夢中になっていました。あきらめた後、朝の痛みは明らかに軽減されました。まだカットできない人は、まず砂糖をカットして、体がはるかに軽くなることを知ってください。

2.痛みにもかかわらず「動きを止めない」でください。

多くの人は関節に痛みがあり、動くことを恐れているので、一日中座って横になりますが、これはタブーです。

アンのヒント:温かい水の中で指を動かしたり、関節を動かしたり、ゆっくり歩いたりして血液を流し続けるなど、軽い動きを使います。動きは関節の「潤滑油」です。自分を硬直させないでください。

3.「睡眠を怠らず」ストレスを蓄積させないでください。

リウマチは非常に敏感な病気です。

アンが少し眠ったり、仕事や生活にストレスを感じている場合、ストレスがコルチゾールを急がせ、免疫力を刺激して自分自身を攻撃するため、翌日はすぐに腫れ上がります。

私がすること:私は自分自身を10: 0 0前に寝るように強制し、寝る前に瞑想したり軽い音楽を聴いたりします。睡眠は最高の身体修復であり、最も「自由」です。

📍📍保存することを忘れないでください。フォローを続けてください。📍📍

#リウマチ #自己免疫システム #自分でアレルギー #皮膚アレルギー性発疹 #病気の経験を共有する

1/12 に編集しました

... もっと見るจากประสบการณ์ผู้ที่มีอาการรูมาตอยด์ การเข้าใจและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องมีผลสำคัญมากต่อการจัดการอาการ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ เราควรให้ความสำคัญกับวิธีดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันมากกว่าการพึ่งพาแค่ยาอย่างเดียว เรื่องอาหารเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะอาหารแปรรูปและน้ำตาลสูงมีส่วนกระตุ้นการอักเสบ ทำให้ข้อปวดและบวมมากขึ้น ลองสังเกตตัวเองว่าเมื่อเลิกกินขนมและอาหารแปรรูปแล้วอาการดีขึ้นอย่างไร ฉันเองก็เคยพบว่าพอเลิกน้ำตาลได้ อาการเจ็บปวดตอนเช้าลดลงจนรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นและฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากนี้ การไม่หยุดเคลื่อนไหวแม้จะเจ็บปวดก็เป็นกุญแจสำคัญ การขยับข้อและการบริหารเบาๆ เช่นแช่น้ำอุ่นแล้วบริหารนิ้วมือหรือลงเดินเบาๆ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ข้อไม่ติดแข็งทื่อและลดพังผืด ซึ่งส่งเสริมการทำงานของข้อต่อในระยะยาวอย่างมาก ส่วนการนอนหลับและจัดการความเครียดก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ความเครียดและการนอนน้อยกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าโจมตีข้อเพิ่มขึ้น การบังคับเข้านอนเร็ว และทำสมาธิหรือฟังเพลงเบาก่อนนอนช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน ทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมอย่างเต็มที่ ส่งผลให้อาการข้อบวมและปวดลดลงอย่างเห็นได้ชัด การดูแลรูมาตอยด์จึงเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรอบด้าน ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน เมื่อคุณให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ อาการรูมาตอยด์ที่เคยทำให้ทรมานจะค่อยๆ บรรเทาลง และคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นอย่างมีนัยยะ สำคัญที่สุดคือการสังเกตตัวเอง ปรับใช้คำแนะนำเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน และปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลอย่างเหมาะสมต่อเนื่อง