อากาศหนาวแต่ข้อไม่พัง‼️รับมือรูมาตอยด์แบบมือโปร
ช่องนี้อากาศเย็น
คนเป็นรูมาตอยด์อย่างเราต้องรีบ 'ปลุกร่างกาย' กันค่ะ
ตื่นมาปุ๊บ... ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องสัก 1 แก้วก่อนเลย เพื่อปลุกระบบไหลเวียนเลือดและเติมความชุ่มชื้นให้ข้อต่อหลังจากที่เรานอนมาทั้งคืน
ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกมือเท้าตึง...
แนะนำแช่มือแช่เท้าในน้ำอุ่นสัก 5-10 นาที หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบตามข้อเบาๆ ความร้อนจะช่วยให้เลือดวิ่งสะดวกขึ้น ทำให้เราขยับตัวได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
หลายคนถามพี่แอนว่า ทำไมต้องเน้นโปรตีน? เพราะโปรตีนคือ 'อิฐ' ที่ใช้ซ่อมแซมเซลล์ที่อักเสบค่ะ การทานโปรตีนคุณภาพดี และโปรตีนไฮโปร ปรับสมดุลฮอร์โมน จะช่วยดูแล 'มวลกล้ามเนื้อ' ไม่ให้ฝ่อตัว เพราะถ้ากล้ามเนื้อเราแข็งแรง จะทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น
ที่สำคัญคือ 'กรดอะมิโน' คือโปรตีนที่ย่อยมาให้แล้ว ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันที ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเยื่อบุข้อต่อที่โดนภูมิคุ้มกันเล่นงาน เป็นการเติมเสบียงให้ร่างกายกู้ร่างจากข้างในสู่ข้างนอกจริงๆ
ปิดท้ายก่อนเริ่มวัน... ยืดเหยียดเบาๆ หมุนข้อมือ ข้อต่อต่างไป ให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวยืดหยุ่นไ ด้ดีขึ้น
จำไว้นะคะ... 'Movement is Medicine' ยิ่งขยับยิ่งยิ่งเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นค่ะ
🚨อย่าลืมเซฟคลิปไว้ทำตามกันนะค่า🚨
จากประสบการณ์ที่เจอกับโรครูมาตอยด์ในช่วงอากาศเย็น จะสังเกตได้เลยว่าข้อมักจะแข็งและเจ็บมากขึ้น การรู้จักวิธีดูแลตัวเองในช่วงหนาวจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การดื่มน้ำอุณหภูมิห้องตอนตื่นนอกจากช่วยปลุกระบบไหลเวียนเลือดแล้ว ยังช่วยให้ข้อและกล้ามเนื้อมีกำลังพร้อมเริ่มวันใหม่ได้ดี อีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยบรรเทาความตึงตัว คือการแช่มือหรือเท้าในน้ำอุ่น 5-10 นาที เพื่อให้เลือดยิ่งวิ่งสะดวก ลดอาการเจ็บปวดและขยับข้อมือ ข้อเท้าได้ง่ายขึ้นมาก สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือโภชนาการ โปรตีนและกรดอะมิโนคุณภาพดีช่วยเติมเต็มเซลล์ที่ได้รับความเสียหายจากการอักเสบและภูมิคุ้มกันร่างกายที่ทำงานผิดปกติ โปรตีนจึงเสมือนอิฐที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อให้แข็งแรงและรักษามวลกล้ามเนื้อไม่ให้ฝ่อลง นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบยืดเหยียดอย่างอ่อนโยน รวมทั้งหมุนข้อมือและข้อต่อต่างๆ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความแข็งของกล้ามเนื้อ ร่างกายจะรู้สึกเบาและเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้นจริงๆ จากที่เคยลองปฏิบัติตามคำแนะนำ พบว่าการใช้ความร้อนและโภชนาการที่เหมาะสมร่วมกับการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ ช่วยจัดการอาการรูมาตอยด์ในหน้าหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ชีวิตประจำวันไม่ติดขัดและลดความรู้สึกเหนื่อยล้าจากอาการปวดข้อได้ดีมากขึ้น อย่าลืมว่าการดูแลตัวเองต้องทำอย่างต่อเนื่องและฟังสัญญาณของร่างกายเสมอ เพื่อสุขภาพข้อที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกฤดู