หยุดนอนนิ่งๆ ถ้าไม่อยากข้อติด‼️
ตอนที่รูมาตอยด์รุมเร้า พี่แอนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาไม้ที่ข้อต่อขยับไม่ได้ ทุกเช้าคือการต่อสู้กับความฝืด ความเจ็บ จนเกือบถอดใจที่จะกลับมาเคลื่อนไหวแบบเดิม...
แต่แล้วพี่แอนก็พบว่า 'หัวใจที่เต้นตามจังหวะ' คือกุญแจสำคัญที่ไขปลดล็อคนี้! 🗝️
วันนี้พี่แอนไม่ได้แค่เต้นเพื่อความบันเทิง แต่เต้นเพื่อ "บอกรักร่างกาย" ค่ะ
การเต้นบำบัด (Dance Therapy) คือการกู้คืนอิสรภาพให้ข้อต่อแบบละมุนละไมที่สุด
💃 3 พลังบำบัดที่ได้มากกว่าเหงื่อ:
1️⃣ความยืดหยุ่น (Flexibility): จังหวะที่นุ่มนวลช่วยยืดเหยียดเส้นเอ็นและพังผืดที่เคยตึงรั้ง ให้กลับมายืดหยุ่นได้อีกครั้ง
2️⃣สมดุลกายใจ (Body-Mind Balance): เมื่อใจจดจ่อกับท่าเต้น ความกังวลเรื่องความเจ็บจะหายไป ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้นในสภาวะที่ผ่อนคลาย
3️⃣หัวใจแข็งแรง (Cardio Health): ช่วยให้เลือดสูบฉีดสารอาหารไปเลี้ยงข้อต่อที่อักเสบได้ทั่วถึง เหมือนเป็นการหยอดน้ำมันเครื่องให้ร่างกายทุกวัน
อย่าปล่อยให้รูมาตอยด์ขังเราไว้ในความมืดนะคะ 🕯️
ถ้าเดินไม่ไหว ให้เริ่มจาก "ขยับแขน"
ถ้าลุกไม่ไหว ให้เริ่มจาก "โยกตัว" ตามจังหวะเบาๆ
เชื่อ พี่แอนนะคะ... ร่างกายเรามหัศจรรย์กว่าที่เราคิด
ขอแค่เรากล้าที่จะ "ขยับ" ไปกับมันค่ะ 💖
#รูมาตอยด์byพี่แอน #ภูมิแพ้ตัวเอง #แพ้ภูมิตัวเอง #ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง #แชร์ประสบการณ์เจ็บป่วย
การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นการขยับเบาๆ เช่นการโยกตัวหรือลูบไล้แขนขา ตามจังหวะเพลงที่ชอบ ก็สามารถช่วยลดอาการข้อติดในผู้ป่วยรูมาตอยด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์ของผู้ที่เจ็บป่วยกับโรครูมาตอยด์ พบว่าการนั่งหรือนอนนิ่งๆ เป็นเวลานานทำให้อาการปวดและข้อติดรุนแรงขึ้นมาก และมักรู้สึกเหมือนถูกขังเป็นตุ๊กตาไม้ ทั้งยังมีภาวะฝืดและเจ็บตลอดเวลา วันใดหยุดขยับก็เหมือนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เพราะร่างกายเคยชินกับความนิ่งไม่ดีต่อข้อต่อเลยจริงๆ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้ป่วยควรได้รับการกระตุ้นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยการเต้นบำบัด (Dance Therapy) นั้นนอกจากจะช่วยในแง่ของการยืดเหยียดเส้นเอ็นและพังผืด ยังทำให้จิตใจโฟกัสไปกับการเคลื่อนไหว ลดความวิตกกังวลเรื่องความเจ็บปวด และช่วยเพิ่มการสูบฉีดของเลือด ส่งผลให้สารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายดีขึ้นเหมือนการเติมน้ำมันเครื่องให้กับเครื่องยนต์ สำหรับผู้ที่เดินลำบากหรือมีอาการเจ็บปวดมาก เริ่มต้นง่ายๆ จากการขยับแขนหรือโยกตัวอย่างช้าๆ ตามจังหวะเพลงที่ชอบก็สร้างผลดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังเป็นการสร้างความสุขและความรักต่อตัวเองในระหว่างการรักษา ทำให้ร่างกายได้รับพลังบวกและส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การมีจิตใจที่พร้อมขยับและไม่ยอมแพ้ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โรครูมาตอยด์ควบคุมได้ดีขึ้นอย่างมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้ร่างกายเฉื่อยชา เพราะการขยับเพียงเล็กน้อย สามารถคืนอิสรภาพให้กับข้อต่อและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง



























