🦷ทำไม"รูมาตอยด์" ต้องรักกันมากกว่าปกติ‼️

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า โรคเหงือก กับ รูมาตอยด์ เขาเป็น "คู่ซี้ตัวร้าย" กันค่ะ! 😱

🔬 วิเคราะห์สมการสุขภาพ:

เชื้อโรคตัวแสบ: แบคทีเรียในช่องปาก (P. gingivalis) สามารถสร้างโปรตีนที่ทำให้ร่างกายเราเข้าใจผิด แล้วหันมาโจมตีข้อตัวเองได้!

การอักเสบที่ส่งต่อกัน: ถ้าเหงือกอักเสบ ร่างกายจะหลั่งสารอักเสบออกมา ซึ่งสารนี้แหละที่วิ่งไปตามเลือดแล้วทำให้ "ข้อ" ของเราปวดบวมมากขึ้น

ผลลัพธ์: ดูแลฟันดี = ช่วยลดการอักเสบของรูมาตอยด์ได้อีกทางนึงนั่นเอง!

💡อย่ารอให้ปวด ฟันผุแค่เล็กน้อยก็คือแหล่งสะสมเชื้อโรค

(ฟันสะอาด + เหงือกแข็งแรง) = ร่างกายอักเสบน้อยลง = ข้อแฮปปี้

#รูมาตอยด์ #แพ้ภูมิตัวเอง #ภูมิแพ้ตัวเอง #ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ #แชร์ประสบการณ์เจ็บป่วย

2/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้ที่เป็นโรครูมาตอยด์ พบว่าการดูแลสุขภาพช่องปากไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะแบคทีเรียชนิด P. gingivalis ที่อาศัยอยู่ในคราบพลัคฟันสามารถกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายเข้าใจผิดและโจมตีข้อตัวเองจนเกิดอาการอักเสบและปวดบวมอย่างรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยรูมาตอยด์จึงควรใส่ใจเรื่องสุขภาพฟันและเหงือกมากเป็นพิเศษ การแปรงฟันอย่างถูกวิธีและใช้ไหมขัดฟันช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและคราบหินปูนได้ดี นอกจากนี้ การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันโรคเหงือกที่อาจซ้ำเติมอาการรูมาตอยด์ได้ การรักษาความสะอาดช่องปากอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยลดอาการปวดข้อและการอักเสบ แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สังเกตว่าถ้าเหงือกแข็งแรง ไม่มีเลือดออกขณะแปรงฟัน หรืออาการเหงือกบวมลดลง อาการเจ็บปวดตามข้อก็มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นตามไปด้วย สิ่งสำคัญอีกอย่างคือไม่ควรรอให้ฟันผุหรือเหงือกอักเสบรุนแรงก่อนจึงรีบหาทางรักษา เพราะแบคทีเรียพวกนี้สามารถแพร่กระจายและกระตุ้นการอักเสบในร่างกายได้ง่ายทันที ท้ายที่สุด หากคุณมีโรครูมาตอยด์ ลองย้อนมาดูแลช่องปากให้ดี ดูว่าจะช่วยให้อาการเจ็บปวดตามข้อลดลงและชีวิตประจำวันดีขึ้นอย่างไร เชื่อว่าการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคนี้ที่หลายคนอาจมองข้ามไปมาก่อน