Automatically translated.View original post

🚨 The more pain...The more still, really?

🚨. Even more pain...The more still, really?

In the past, Ann used to think like that. The joint pain didn't dare to move. Afraid to be even more painful.

But in Ann's experience, staying still makes it more "tense" and difficult to move.

Today, Ann is trying to take care of herself by

🤍 Walk periodically.

🤍 move gently every day.

🤍 Get enough rest.

🤍. Sleep before 10 p.m.

🤍 Reduce stress. Smile and laugh more.

🤍 Choose fresh food, emphasize quality protein and good fat, 🤍 cook boiled, stewed, steamed, scalded.

🤍. Try to reduce unnecessary chemical exposure in daily life.

💬 What about you...What are you doing?

📌 Save this post and check it out to people who want to start taking care of verses and movements every day. 🤍

# Rheumatoid # Allergy yourself # Autoimmune # Inflammatory skin rash # Sharing illness experience

7/3 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์จริงที่ได้แชร์ไว้ การยิ่งอยู่นิ่งเมื่อรู้สึกปวดข้อไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะข้อที่ไม่ได้ขยับจะเกิดความตึงเครียดและทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนที่เป็นโรครูมาตอยด์หรือภาวะอักเสบของข้อประสบอยู่ การเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอแม้จะเป็นเพียงการยืดเหยียดอย่างอ่อนโยนช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ทำให้ข้อมีความยืดหยุ่น ป้องกันการติดขัดและลดอาการเจ็บปวดได้ดี นอกจากนี้ การลุกเดินบ่อย ๆ ในแต่ละชั่วโมงแม้จะเป็นระยะสั้น ๆ ก็ช่วยให้ข้อได้รับการบริหารอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการดูแลตัวเองที่สำคัญอีกเรื่องคือการพักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะการนอนในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อน 22.00 น. เพราะร่างกายจะได้ฟื้นฟูซ่อมแซมระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการบรรเทาอาการอักเสบในข้อ เรื่องอาหารก็เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกอาหารสดใหม่ เน้นโปรตีนคุณภาพและไขมันดี เช่น ปลา ถั่ว และน้ำมันมะกอก รวมถึงใช้วิธีปรุงอาหารแบบต้ม ตุ๋น นึ่ง และลวก สามารถช่วยลดการกินสารพิษหรือสารเคมีที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและแอลกอฮอล์จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง จุดสำคัญอีกประการคือการพยายามลดความเครียดในชีวิตประจำวัน โดยการหมั่นยิ้มและหัวเราะอยู่เสมอ ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นสารเอ็นโดรฟินหรือฮอร์โมนแห่งความสุขในร่างกาย ลดระดับฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้นได้ และสุดท้าย การหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ไม่จำเป็น เช่น การทำสีผม ทาเล็บ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการแพ้หรืออักเสบรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นกลยุทธ์เล็กๆ ที่ช่วยปกป้องข้อจากสารก่ออักเสบได้ โดยรวมแล้ว การใส่ใจและดูแลข้อด้วยวิธีเหล่านี้นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดแล้ว ยังช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวเบาๆ ทุกวันคู่กับการดูแลสุขภาพโดยครอบคลุมทั้งการพักผ่อน อาหาร และการจัดการความเครียด ถือเป็นเคล็ดลับที่ใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาอาการปวดข้อควรลองนำไปใช้เพื่อชีวิตประจำวันที่แฮปปี้และเคลื่อนไหวได้อย่างมีความสุข