📍รูมาตอยด์แขนอ่อนแรง ต้องเซฟ📍🤍 เริ่มจากน้ำหนักเบาก่อน 🤍
📍รูมาตอยด์แขนอ่อนแรง ต้องเซฟ📍
🤍 เริ่มจากน้ำหนักเบาก่อน 🤍
หลายคนถามพี่แอนว่า...
"แขนไม่มีแรง จะเริ่มออกกำลังกายได้ไหม?"
คำตอบของพี่แอนคือ ได้ค่ะ แต่เริ่มจากน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเอง
เมื่อก่อนพี่แอนก็ยกน้ำหนักไม่ได้เหมือนกัน
แค่ยกแขนก็เหนื่อย
ถือของนิด เดียวก็ล้า
มัดผม อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า ยังรู้สึกลำบาก
พี่แอนจึงเริ่มจากน้ำหนักเบาๆ
ฝึกให้ถูกท่า ค่อยๆ เพิ่มตามกำลังของร่างกาย
🌿 ไม่ต้องยกหนัก
🌿 ไม่ต้องแข่งกับใคร
🌿 ทำสม่ำเสมอ สำคัญกว่าทำหนัก
ทุกครั้งที่ขยับ คือการให้กล้ามเนื้อได้กลับมาทำงานอีกครั้ง ❤️
📌 เซฟคลิปนี้ไว้เป็นกำลังใจในการเริ่มต้น
💬 คอมเมนต์ "เริ่ม" ถ้าคุณกำลังเริ่มฝึกเหมือนพี่แอนในวันนั้น
เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของพี่แอน การเลือกน้ำหนักและการออกกำลังกายควรเหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน
#รูมาตอยด์ #แพ้ภูมิตัวเอง #ภูมิแพ้ตัวเอง #กล้ามเนื้ออ่อนแรง #แชร์ประสบการณ์เจ็บป่วย
เมื่อมากล่าวถึงการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่เป็นรูมาตอยด์และมีอาการแขนอ่อนแรง สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือการรู้จักฟังร่างกายตัวเองและเริ่มต้นอย่างช้าๆ ไม่ควรรีบร้อนหรือฝืนทำในน้ำหนักที่สูงเกินไป การเลือกน้ำหนักเบาและการเรียนรู้ท่าทางที่ถูกต้องนั้นจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บรวมถึงช่วยให้กล้ามเนื้อได้เริ่มกลับมาทำงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ความสม่ำเสมอในการฝึกฝนเป็นกุญแจสำคัญมากกว่าการเน้นทำหนักหรือจำนวนครั้งมากๆ การแบ่งเวลาฝึกออกกำลังกายในแต่ละวันและพักผ่อนให้เพียงพอจะส่งผลให้ร่างกายรับมือกับอาการโรคได้ดีขึ้น จากประสบการณ์ส่วนตัวที่คล้ายกัน เมื่อเริ่มต้นออกกำลังกาย ต้องมีความอดทนและให้กำลังใจตัวเองเสมอ ตอนแรกอาจจะรู้สึกเหนื่อยง่าย และบางครั้งอาจมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย ควรหยุดพักและลดน้ำหนักลงหากรู้สึกเจ็บมากขึ้น ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านฟื้นฟูสมรรถภาพร่วมด้วย เพื่อให้การออกกำลังกายเหมาะสมกับสภาพร่างกายและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ การใช้เทคนิคการฝึกแบบหลากหลาย เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวแบบช้าๆ และการใช้เครื่องช่วยถ้าเป็นไปได้ ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้อีกทางหนึ่ง เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง จะเริ่มรู้สึกถึงการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อและความสามารถในการใช้งานแขนที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับผู้ป่วยทุกคนที่กำลังเริ่มต้นฝึกฝน ท้ายที่สุดแล้ว อย่าลืมว่าการดูแลตัวเองด้วยใจรักและคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้โรครูมาตอยด์ที่ส่งผลให้แขนอ่อนแรงค่อยๆ ดีขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามมาอย่างยั่งยืน


































