自動翻訳されています。元の投稿を表示する

学齢期までに公表すべき6つの事項 そのステージを通過したばかりの人々の心から

高校と大学、私はあなたに言うことができます。。。

何かを運ばなければ、人生はずっと軽くなります。

1.他人の意見

百人の父親、千人の母親、百のアイデア。

みんなを好きになる必要はありません。

調整すべきセクションを聞いてください。

残りは手放して、あなたを幸せにするものに時間を費やしてください。🌱

2.不明確な関係

話して混乱してください。友達以上になってください。

明確でない場合=時間の無駄

手放して、明確な目標に集中してください。

3.みんなを喜ばせようとする

大人になってようやくそれを知る

誰も喜ばないでしょう

自分自身をとても愛し、途中にいない人を許してください。

4.小さなこと。

スコアは2-6ポイントを失いました。

試験はうまくいかなかった。仕事を逃した。

それは大きく見えるかもしれません。。。

しかし、いつかそれは記憶の中の小さなものになるでしょう。⭐

他人と自分の結果を比較しないでください。

5.他人の期待

親、教師はうまくいくことを願うかもしれません。

私たちは疲れていますが、最善を尽くします。

一人でいるよりも話すことの方が重要です。

6.自分への期待

いつも100%ではありません。

50〜60%は悪くないです。

休む機会を与えてください。もう一度間違ってみてください。

自分をあまり厳しく罰しないでください。💗

✨。手放すと、人生は実際に良くなります。

徐々に自分のやり方で成長していきます⏳

#自分自身を開発する #学校から #人生の勉強 #自己レビュー #いじめっ子

1/22 編集済み

... もっと見るถ้าคีย์เวิร์ดที่เราเจอบ่อยคือ “ปล่อยผ่าน” เราว่าหลายคนไม่ได้อยากเมินเฉยแบบไม่แคร์อะไรเลย แต่กำลังหา “วิธีปล่อยแบบไม่รู้สึกผิด” มากกว่า โดยเฉพาะช่วงวัยเรียนที่มีทั้งการสอบ เพื่อน ความรัก และความคาดหวังรอบตัวเข้ามาพร้อมกัน 1) ปล่อยผ่านแบบมีสติ vs ปล่อยปละละเลย ปล่อยผ่านที่ดีคือ “เลือกไม่ให้เรื่องนั้นกินพลังเรา” ไม่ใช่ไม่รับผิดชอบ เช่น คะแนนตกเพราะไม่อ่านหนังสืออันนี้ควรแก้ แต่คะแนนหาย 2–6 คะแนนทั้งที่เราพยายามแล้ว อันนี้ปล่อยได้ เพราะมันคือความผิดพลาดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ 2) เทคนิค 10 วินาทีเวลาคนพูดแรง/บูลลี่ เราเคยเจอคนพูดแซะ ๆ เรียกร้องความสนใจ หรือว่ากันไปเรื่อย วิธีที่ช่วยได้คือหยุด 10 วินาทีแล้วถามตัวเอง 3 ข้อ - เรื่องนี้จริงแค่ไหน? - ถ้าจริง เราปรับอะไรได้ 1 อย่าง? - ถ้าไม่จริง เราจะเอาคืนด้วยการ “ทำตัวดี ๆ ไม่เดือดร้อนใคร” ได้ไหม? พอคิดแบบนี้ เราจะไม่เผลอสู้กลับจนเสียเวลาและเสียภาพลักษณ์ 3) ความสัมพันธ์ไม่ชัด: ตั้งเส้นตายให้ตัวเอง ถ้าคุยแล้วงง เป็นเพื่อนหรือมากกว่านั้น เราแนะนำให้ตั้ง “เดดไลน์” เช่น 2–4 สัปดาห์ แล้วคุยให้ชัดว่าเราคาดหวังอะไร ถ้าเขายังคลุมเครือ ก็ปล่อยผ่านทันที ไม่ต้องรอเป็นปี เพราะความไม่ชัดเจนมันดูดพลังและทำให้เราเสียโฟกัสเรื่องเรียน/เป้าหมาย 4) เลิกเอาใจทุกคนด้วยประโยคเดียว ประโยคที่เราใช้บ่อยมากคือ “ขอบคุณที่บอกนะ เดี๋ยวเราขอคิดดูก่อน” มันช่วยหยุดการตอบรับแบบอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องรับทุกคำขอ และไม่ต้องเป็นคนดีในสายตาทุกคนตลอดเวลา 5) รับมือความคาดหวังของพ่อแม่/ครูแบบไม่ปะทะ ลองสื่อสารเป็น 3 ส่วน: (1) ยอมรับความหวังดี (2) บอกความรู้สึกเหนื่อย/เครียด (3) เสนอแผนที่เราจะทำ เช่น “หนูรู้ว่าทุกคนหวังดี ตอนนี้หนูเครียดเรื่องสอบมาก แต่หนูจะอ่านตามตารางนี้ ถ้าคะแนนยังไม่ดีเรามาคุยกันอีกได้ไหม” การสื่อสารช่วยลดการกดดันที่เราต้องแบกคนเดียว 6) ความคาดหวังจากตัวเอง: ให้คะแนนตัวเองแบบ 60% ก็ผ่าน บางวันเราได้แค่ 50–60% ไม่ได้แปลว่าแย่ แปลว่า “เรายังเดินอยู่” ลองเปลี่ยนจากการด่าว่าตัวเองเป็นการถามว่า วันนี้ทำอะไรได้ 1 อย่างที่ดีต่ออนาคต เช่น อ่านสรุป 20 นาที ทำงาน 1 หน้า หรือเข้านอนให้พอ แค่นี้ก็ถือว่าชนะแล้ว สุดท้าย การปล่อยผ่านไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอ มันคือทักษะเลือกสิ่งสำคัญในวัยที่มีเรื่องให้คิดเยอะมาก ๆ ค่อย ๆ โตในแบบของเรา ไม่ต้องรีบ และไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเข้าใจเสมอไป