Automatically translated.View original post

The # 1 Eel Face Rice in Nagoya

Atsuta Horaiken has many branches. We come to branch in Matsuzakaya Nagoya (Matsuzakaya Nagoya South Building 10F). Sakae neighborhood is centrally located. The most convenient to travel. The mall is next to Subway Station.

📌 a hit shop on the Hitsumabushi line, where people are tight almost every day, but the branch in the mall is less queuing, more comfortable, easy to walk while waiting, can walk in the shopping mall, wait first, suitable for the tourist line, do not want to waste time, wait for ✨, wait for 30-50 minutes, if you go in the morning, will not wait long if you pick up the queue after noon, wait a little longer.

💸 3,600-5,000 yen

The store's famous menu is "Hitsumabushi," an authentic Nakoya-style charcoal-grilled eel-faced rice.

The grilled eel comes very fragrant. A little crispy leather. The meat is juicy. Not too salty.

There are 3 ways to eat:

1️⃣ Eat normally. Feel the eel taste.

2️⃣ Put onion, wasabi, seaweed, add refreshment.

3️⃣ Pour the broth to make Oshasuke. The feed is very warm.

Personally, I like the third most. The Japanese feed is very good. Eat in the cold weather is good. 🥹🍵

💴 The price is quite strong, but the quality is rich.

🐟 Eels don't smell fishy.

🔥 clearly charcoal grilled

📍 ideal as a "one-try" meal if managoya

# Eel face rice # Nagoya food

5/9 Edited to

... Read moreถ้าใครค้นหา “Atsuta Horaiken Matsuzakaya-ten นาโกย่า” เพราะอยากกินฮิตสึมาบุชิแบบไม่พลาด เราขอสรุปประสบการณ์แบบใช้งานได้จริงเพิ่มให้อีกนิด เผื่อช่วยวางแผนวันเที่ยวที่ย่าน Sakae ได้เป๊ะขึ้น 1) ไปสาขา Matsuzakaya-ten ดีตรงไหน สาขาในห้าง Matsuzakaya Nagoya (South Building 10F) เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากยืนรอหน้าร้านนานๆ เพราะระหว่างรอคิวสามารถเดินเล่นในห้างได้เลย แถมอยู่โซน Sakae ที่ต่อ Subway สะดวก พอถึงเวลาแล้วค่อยกลับมาตามเวลาบนกระดาษคิวก็ได้ (แนะนำถ่ายรูปคิวเก็บไว้กันลืมเวลา) 2) ทริคเรื่องคิว: ไปช่วงไหนรอน้อย จากที่ไปมา ช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยงมักรอเบากว่า ถ้ารับคิวหลังเที่ยงมีโอกาสยืดไปได้เหมือนกัน โดยเฉลี่ยที่เจอจะราว 30–50 นาที (วันฮิตๆ อาจมากกว่านี้) ถ้ามีแพลนเที่ยวต่อ แนะนำเผื่อเวลาไว้ แล้วใช้ช่วงรอไปเดินโซนอาหาร/ช้อปในห้าง จะรู้สึกไม่เสียเวลา 3) สั่งอะไรดี ถ้าอยากลอง “ของที่ใช่” ของร้าน เมนูที่มาถึงแล้วต้องสั่งคือ Hitsumabushi (ข้าวหน้าปลาไหลย่างถ่านสไตล์นาโกย่า) จุดเด่นคือกลิ่นย่างถ่านชัด เนื้อฉ่ำ และที่สำคัญคือมีเครื่องเคียงกับน้ำซุปให้ครบ ทำให้กินได้หลายฟีลในมื้อเดียว เหมาะกับคนที่อยากลองแบบต้นตำรับจริงๆ 4) วิธีกินให้สนุกขึ้น (ทำตามนี้แล้วจะเข้าใจว่าทำไมดัง) - รอบแรก: กินเพียวๆ ก่อน จะได้รสปลาไหลเต็มๆ - รอบสอง: เติมต้นหอม วาซาบิ สาหร่าย เพิ่มความสดและตัดเลี่ยน - รอบสาม: ราดน้ำซุปทำโอฉะสึเกะ อุ่นๆ ละมุนมาก โดยเฉพาะวันที่อากาศเย็น ถ้าอยากบาลานซ์รส แนะนำค่อยๆ เติมวาซาบิทีละนิด จะช่วยดันความหอมของปลาไหลขึ้นมาอีก 5) ราคาและความคุ้ม ราคาประมาณ 3,600–5,000 เยน แล้วแต่ไซซ์/เซ็ต มองว่าเป็นมื้อ “ต้องลองสักครั้ง” เวลาไปนาโกย่า เพราะคุณภาพปลาไหลดีมาก แทบไม่มีกลิ่นคาว และย่างหอมถ่านแบบที่หาร้านทำได้กลมกล่อมเท่านี้ยาก สรุป: ถ้าตั้งใจมาลอง Atsuta Horaiken สาขา Matsuzakaya-ten ถือว่าเหมาะกับสายเที่ยวที่อยากกินของดังย่าน Sakae แบบเดินทางง่าย รอคิวได้แบบไม่เหนื่อย และได้ลองฮิตสึมาบุชิครบขั้นตอนตามต้นตำรับเลย