รหัส

405 Method Not Allowed (วิธีที่ใช้ไม่ได้รับการอนุญาต)

วิธีการเข้าถึง (เช่น GET, POST, PUT) ไม่ได้รับอนุญาตสำหรับทรัพยากรนี้

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบและแก้ไขวิธีการเข้าถึงให้ถูกต้อง

406 Not Acceptable (ไม่ยอมรับ)

เซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถให้เนื้อหาที่ตรงกับ Accept headers ที่ไคลเอนต์ส่งมาได้

วิธีแก้ไข: แก้ไข Accept headers หรือปรับแก้ไขเนื้อหาให้ตรงกับ 405 Method Not Allowed (วิธีที่ใช้ไม่ได้รับการอนุญาต)

วิธีการเข้าถึง (เช่น GET, POST, PUT) ไม่ได้รับอนุญาตสำหรับทรัพยากรนี้

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบและแก้ไขวิธีการเข้าถึงให้ถูกต้อง

406 Not Acceptable (ไม่ยอมรับ)

เซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถให้เนื้อหาที่ตรงกับ Accept headers ที่ไคลเอนต์ส่งมาได้

วิธีแก้ไข: แก้ไข Accept headers หรือปรับแก้ไขเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการ

407 Proxy Authentication Required (ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ผ่าน Proxy)

ต้องยืนยันตัวตนกับ proxy ก่อนเข้าถึงทรัพยากร

วิธีแก้ไข: ยืนยันตัวตนกับ proxy ตามที่ต้องการ

408 Request Timeout (คำขอหมดเวลา)

เซิร์ฟเวอร์หมดเวลารอคำขอจากไคลเอนต์

วิธีแก้ไข: ลองใหม่อีกครั้ง หรือตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย

409 Conflict (ความขัดแย้ง)

คำขอไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากขัดแย้งกับสถานะปัจจุบันของทรัพยากร

วิธีแก้ไข: แก้ไขข้อมูลให้ไม่ขัดแย้งกับสถานะปัจจุบัน

410 Gone (หายไปแล้ว)

ทรัพยากรไม่มีอยู่อีกต่อไปและไม่มีที่อยู่ใหม่ แตกต่างจาก 404 ตรงที่ข้อมูลนี้ถูกลบออกอย่างถาวร

วิธีแก้ไข: ลบลิงก์ที่ชี้ไปยังทรัพยากรนี้ เนื่องจากไม่มีอยู่อีกต่อไป

411 Length Required (ความยาวที่ต้องการ)

ต้องระบุความยาวของเนื้อหาในส่วนหัวของคำขอ

วิธีแก้ไข: เพิ่ม Content-Length header ในคำขอ

412 Precondition Failed (เงื่อนไขเบื้องต้นล้มเหลว)

เงื่อนไขที่กำหนดในส่วนหัวของคำขอไม่เป็นจริง

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบและแก้ไขเงื่อนไขในส่วนหัวของคำขอ

413 Payload Too Large (Payload ใหญ่เกินไป)

ขนาดของคำขอใหญ่เกินกว่าที่เซิร์ฟเวอร์ยอมรับได้

วิธีแก้ไข: ลดขนาดของข้อมูลที่ส่ง หรือแบ่งการส่งข้อมูลเป็นส่วนย่อย

414 URI Too Long (URI ยาวเกินไป)

URI ยาวเกินกว่าที่เซิร์ฟเวอร์ยอมรับได้

วิธีแก้ไข: ลดความยาวของ URI หรือใช้วิธี POST แทน GET

415 Unsupported Media Type (เป็นสื่อที่ไม่รองรับ)

เซิร์ฟเวอร์ไม่รองรับประเภทของสื่อที่คำขอส่งมา

วิธีแก้ไข: ใช้ประเภทของสื่อที่เซิร์ฟเวอร์รองรับ

416 Range Not Satisfiable

ช่วงของข้อมูลที่ร้องขอไม่สามารถตอบสนองได้

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบและแก้ไขช่วงของข้อมูลที่ร้องขอ

417 Expectation Failed (ไม่สามารถทำตามที่คาดหวังได้)

เซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถทำตามความคาดหวังที่ระบุในส่วนหัว Expect ได้

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบและแก้ไขส่วนหัว Expect ในคำขอ

418 I’m a teapot (ฉันเป็นกาน้ำชา)

รหัสอารมณ์ขันที่เกิดจาก April Fools’ RFC ปี 1998 ที่ระบุว่าอุปกรณ์เป็นกาน้ำชาและปฏิเสธที่จะชงกาแฟ

วิธีแก้ไข: ไม่จำเป็นต้องแก้ไข เนื่องจากเป็นรหัสที่ใช้เพื่อความบันเทิงมากกว่าการระบุปัญหาจริง

421 Misdirected Request (คำขอผิดเส้นทาง)

คำขอถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่สามารถสร้างการตอบสนองได้ อาจเกิดจากการตั้งค่า DNS หรือ load balancer ไม่ถูกต้อง

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบการกำหนดค่า DNS และเซิร์ฟเวอร์ว่าถูกตั้งค่าอย่างเหมาะสม

422 Unprocessable Entity (ไม่สามารถประมวลผล Entity ได้)

คำขอถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่มีความผิดพลาดทางความหมายทำให้ไม่สามารถประมวลผลได้

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งไป โดยเฉพาะในส่วนของ JSON หรือ XML

423 Locked (ล็อก)

ทรัพยากรที่ขอเข้าถึงถูกล็อกอยู่ มักพบในระบบ WebDAV เมื่อมีการแก้ไขไฟล์พร้อมกัน

วิธีแก้ไข: รอให้ทรัพยากรถูกปลดล็อก หรือติดต่อผู้ที่กำลังใช้งานทรัพยากรนั้นอยู่

424 Failed Dependency (การพึ่งพาล้มเหลว)

คำขอล้มเหลวเนื่องจากคำขอก่อนหน้าล้มเหลว มักพบในการทำงานเป็นชุดที่ต้องพึ่งพากัน

วิธีแก้ไข: แก้ไขปัญหาที่คำขอก่อนหน้าก่อน แล้วจึงลองใหม่

425 Too Early (ยังเร็วเกินไป)

เซิร์ฟเวอร์ไม่เต็มใจที่จะประมวลผลคำขอที่อาจถูกส่งซ้ำ ใช้ป้องกันการโจมตีแบบ replay

วิธีแก้ไข: รอสักครู่แล้วลองส่งคำขออีกครั้ง หรือตรวจสอบว่าระบบมีการป้องกันการโจมตีอยู่

426 Upgrade Required (จำเป็นต้องอัปเกรด)

ไคลเอนต์จำเป็นต้องอัปเกรดโปรโตคอลหรือเวอร์ชันเพื่อให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้

วิธีแก้ไข: อัปเกรดโปรโตคอลหรือซอฟต์แวร์ตามที่ระบุในส่วนหัวของการตอบสนอง

428 Precondition Required (มีเงื่อนไขเบื้องต้นที่จำเป็น)

เซิร์ฟเวอร์ต้องการให้คำขอมีเงื่อนไขเบื้องต้น มักใช้ป้องกันปัญหา “lost update” ในสภาพแวดล้อมที่มีหลายผู้ใช้

วิธีแก้ไข: เพิ่มส่วนหัว If-Match หรือเงื่อนไขที่จำเป็นในคำขอ

429 Too Many Requests (มีคำขอมากเกินไป)

2025/12/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมรหัสสถานะ HTTP เป็นมาตรฐานที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ส่งกลับไปยังไคลเอนต์เพื่อแจ้งสถานะของคำขอที่ส่งมา แม้หลาย ๆ รหัสจะค่อนข้างเทคนิคแต่ก็สำคัญมากในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น รหัส 405 Method Not Allowed หมายความว่าวิธีการส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ เช่น GET, POST หรือ PUT ไม่ได้รับอนุญาตสำหรับทรัพยากรนั้น วิธีแก้ไขคือการตรวจสอบว่าวิธีการที่ใช้นั้นถูกต้องและตรงกับข้อกำหนดของเซิร์ฟเวอร์หรือไม่ สำหรับรหัส 406 Not Acceptable จะแสดงเมื่อเซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถส่งเนื้อหาที่ตรงกับ Accept headers ที่ไคลเอนต์ขอได้ จึงต้องแก้ไข Accept headers ให้เหมาะสมหรือปรับเนื้อหาที่ส่งให้ตรงกับความต้องการของไคลเอนต์ นอกจากนี้ รหัสที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสิทธิ์ เช่น 407 Proxy Authentication Required จะต้องมีการยืนยันตัวตนกับพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ก่อนเข้าถึงทรัพยากร วิธีแก้ไขคือป้อนข้อมูลการยืนยันตัวตนให้ถูกต้อง สำหรับปัญหาคำขอหมดเวลา (408 Request Timeout) ควรตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือส่งคำขอใหม่ ส่วน 409 Conflict ใช้แจ้งความขัดแย้งของข้อมูลกับสถานะปัจจุบันจึงต้องแก้ไขข้อมูลให้ไม่ขัดแย้ง รหัส 410 Gone แจ้งว่าเนื้อหาถูกลบถาวรและไม่มีที่อยู่ใหม่ จึงควรลบลิงก์หรือการอ้างอิงถึงทรัพยากรนั้นออกจากเว็บไซต์เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด อย่างรหัส 413 Payload Too Large ระบุว่าขนาดไฟล์หรือข้อมูลที่ส่งใหญ่มากเกินไป ต้องลดขนาดหรือตัดแบ่งส่งเป็นส่วน ๆ ส่วนรหัส 414 URI Too Long เกิดเมื่อ URL มีความยาวเกินกำหนด วิธีแก้ไขคือย่อ URL หรือลองใช้ POST แทน GET รหัส 415 Unsupported Media Type บ่งชี้ว่าเซิร์ฟเวอร์ไม่รองรับชนิดสื่อที่ส่งมา จึงควรตรวจสอบและเปลี่ยนชนิดเนื้อหาให้ตรงกับที่เซิร์ฟเวอร์รับได้ บางรหัสมีความเฉพาะเช่น 418 I’m a teapot เป็นรหัสชนิดเล่น ๆ ไม่มีผลต่อการทำงานจริง? การเข้าใจรหัสสถานะ HTTP ช่วยให้ผู้ดูแลระบบและนักพัฒนาสามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชัน รวมถึงลดเวลาการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด