Automatically translated.View original post

Junk journal, his junk, our memories.

We were the ones who liked to take notes, and then wrote them as a regular diary until one day we got bored and felt that we would hardly come back and see them, so we changed to cut the paste, draw the prints, and became the official junk journal.

We are still like a record. Each month, we collect memories through what many people call 'rubbish, delicious snacks, paper plates after the shop that have been eaten. When looking back, it is reminiscent of that time. Drought also feels like a very stressful leisure activity, so it can't be rubbish either. 😉

# Memoir # junkjournal # Cut book # Stress relief activities

8/9 Edited to

... Read moreการทำ Junk Journal เป็นกิจกรรมที่ผมรู้สึกว่าสามารถเติมเต็มความทรงจำในชีวิตประจำวันได้อย่างดีมาก ๆ เพราะนอกจากจะเป็นการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว การใช้ของที่หลายคนมองว่าเป็นขยะ เช่น แผ่นกระดาษรองจาน ร้านขนม กระดาษโน้ตหรือแม้แต่ซองขนมที่เคยกิน ออกมาแปะบนกระดาษทำให้ย้อนนึกถึงช่วงเวลานั้น ๆ ได้ชัดเจนขึ้น สิ่งที่ผมประทับใจมากคือเมื่อได้ลองเก็บบานอฟฟี่ที่อร่อย หรือลองแปะรูปของขนมอย่าง Red Velvet หรือทิรามิสุที่ชอบ มันไม่ใช่แค่การติดกระดาษ แต่เป็นการบันทึกผ่านประสาทสัมผัสที่หลายคนมองข้าม ทั้งกลิ่นและรสชาติซึ่งผมก็จะจดบรรยายเพิ่มเติมลงไปด้วย ช่วยให้เวลาที่เรากลับมาเปิดดู สมองเราจะพาเราย้อนกลับไปถึงความรู้สึกและบรรยากาศในวันนั้นได้ นอกจากนี้ ผมยังพบว่าการทำ Junk Journal เป็นกิจกรรมคลายเครียดที่น่าทึ่ง เพราะมันช่วยให้ใจเราได้จดจ่ออยู่กับตัวสิ่งเล็ก ๆ ที่เรารัก แทนที่จะวุ่นวายกับเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังได้รับความสุขจากการสร้างสรรค์งานศิลปะเล็ก ๆ ด้วยตัวเองแม้ว่าจะไม่ใช่ศิลปินก็ตาม การเลือกใช้วัสดุจากสิ่งของที่มากินที่ชอบ เช่น กลิ่นแตงโมที่แปะลงไปพร้อมกับคำบรรยาย หรือแม้แต่กระดาษทิชชู่ Pocket Tissue ในวันหนึ่ง ๆ ที่ใช้แล้ว ก็เป็นเสมือนการจดบันทึกและเก็บรายละเอียดชีวิตไว้ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ขยะจึงไม่ได้เป็นขยะสำหรับผมอีกต่อไป แต่มันคือความทรงจำที่มีคุณค่าในแต่ละวัน