自動翻訳されています。元の投稿を表示する

ガスが多くてパニックになっています。誰ですか?

#スタークリエイターミッション

私たちの症状は「突然、心臓が非常に速く鼓動し、心臓が震え、心臓が震え、嘔吐感、浴室の痛みが消えず、首にコルクの感覚があり、呼吸がいっぱいではなく、しばらくの間、手が震え、足が震え、疲労感が強くなく、頭が非常に散漫になり、睡眠が準備できていなかった」というものでした。

だから私は医者に会いました。私たちは多くのタンパク質を摂取し、肉だけを食べ、炭水化物を摂らず、体重、豆、新鮮な野菜、サラダ+をIFで減らしていることがわかりました。胃が長い間空っぽになり、ガスがあまりにも多く放出されたため、異常に多くのガスが発生しました。

人生においてもストレスの多い時期であり、多くの症状を引き起こしますが、行動を調整するため、今はもう二度と良くなりません。

胃を空のままにしないで、より頻繁に食べて、通常の食事を食べるために戻ってきますが、少量を食べます。通常、人々は朝食を食べません。蘭を1つ食べるように調整してください。

他の食事については、普通に戻ってきて、さまざまな色の野菜を5グループ食べてください。徹底的に噛むことを🔅ことが重要です(医師は21回噛んでみることをお勧めしますが、できません、笑)

瞑想を練習し、呼吸に集中し(漂っているときは非常に難しい)、心臓が速く鼓動する刺激を避け、医師の処方薬をよりよく服用してください。

その後、私たちはますます良くなり、自分自身の世話をするようになりました。薬を飲まない人、ビタミンを全く摂取しない人、勉強を始める人、プロバイオティクス、5 HTP、マグネシウム、ビタミンD(非常に低い結果)、ターメリックを摂取するようになりました。

今まで誰だったのか、どうやって自分の世話をするのか?戦いましょう。#パニック #胃酸逆流 #消化不良 #パニック症状

5/5 に編集しました

... もっと見るจากประสบการณ์ตรงที่เจอกับอาการแพนิคซึ่งเกิดจากแก๊สในท้องที่สะสมมากเกินไป ผมพบว่าปัจจัยหลักส่วนหนึ่งมาจากการทานอาหารที่โปรตีนสูงและงดคาร์โบไฮเดรต ทำให้แก๊สในระบบทางเดินอาหารเกิดการสะสมและตกค้างมากกว่าปกติ นอกจากนี้การท้องว่างนาน ๆ ยังเป็นตัวกระตุ้นให้อาการแพนิครุนแรงขึ้นเพราะแก๊สมีโอกาสตีขึ้นสู่ส่วนบนของทางเดินอาหาร เมื่อเกิดอาการครั้งแรก ผมหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หายใจไม่เต็มปอด และรู้สึกไม่สบายตัวมากถึงขั้นมือและขาสั่น การไปพบแพทย์ช่วยให้ได้รับคำแนะนำและยารักษาที่เหมาะสม สิ่งที่ช่วยได้มากคือการปรับพฤติกรรมด้านอาหาร เช่น ไม่ปล่อยให้ท้องว่างนาน กินมื้อบ่อยขึ้นเป็นมื้อเล็ก ๆ และเน้นกินผักผลไม้หลากสีที่ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร การเคี้ยวช้า ๆ และให้ละเอียดก็ช่วยลดแก๊สในท้องได้จริง ๆ แม้จะยากแต่ก็พยายามฝึก โดยส่วนตัวชอบเคี้ยวประมาณ 15-20 ครั้งก่อนกลืน นอกจากนี้ การฝึกสมาธิและโฟกัสกับลมหายใจเป็นวิธีที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจในช่วงที่อาการกำเริบ รวมถึงลดความเครียดซึ่งเป็นอีกตัวเร่งอาการแพนิคได้อย่างดี ผมยังเริ่มทานอาหารเสริมอย่างโปรไบโอติกเพื่อช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ รวมถึงวิตามินดี แมกนีเซียม และขมิ้นชัน ที่ช่วยเสริมสุขภาพระบบทางเดินอาหารและระบบประสาท ช่วยให้ร่างกายสามารถรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น ในมุมของอาการแพนิคที่สัมพันธ์กับแก๊สในท้องและกรดไหลย้อน สิ่งสำคัญคือการรักษาสุขภาพระบบย่อยอาหารให้ดี การหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากหรือก่อแก๊ส เช่น อาหารทอด และลดความเครียดในชีวิตประจำวันร่วมด้วย สำหรับใครที่เผชิญกับอาการคล้ายกัน ผมขอแนะนำให้ลองสังเกตพฤติกรรมการกินและความเครียด พร้อมทั้งขอคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับยาอย่างเหมาะสม การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพนิคซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้าย ความเข้าใจและการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญ สู้ไปด้วยกันครับ