ไม่ใช่เซฟโซน
เริ่มเลยนะครับแบบสั้นและกระชับสุด
ผมอยู่เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ครับ
บ้านตรงข้ามผันมาขายอาหารตามสั่ง
ตบพริก เสียงคั่วกะทะดังทั้งวัน
ตั้งแต่ตี5ถึงหัวค่ำ
ทั้งตะโกนเสียงดังตลอดเวลา
ยึดเอาที่กลับรถ ส่วนกลาง
จอดรถตัวเอง 3 คัน จนเต็มช่อง
ไม่เหลือที่ให้กลับรถ
บ้านฝั่งขวา ลากเก้าอี้ เช้าเย็น ปิดประตูเสียงดัง
เป็นแบบนี้ มา10กว่าปีละ
ข้างซ้ายเคยร้าง มีคนมาซื้อแล้วรีโน เวทเพื่อขาย
ทำระแนงต่อบนรั้วกำแพงร่วม ทำหลังคาโรงรถ ตอนนี้กำแพงเหมือนจะทรุด
ไม่ได้เคยมาพูดคุยหรือบอกกล่าวใดๆ
ต่อขายึดประตูรั้วออกจากเสาหน้าบ้าน
ที่ิอยู่ระหว่างบ้านเรากับบ้านข้างๆ
คือต่อเหล็กจากบนกริ่งหน้าบ้านเรา
ซึ่งขัดหูขัดตาและสร้างความไม่สะดวกเวลาจะกดกริ่ง
ไม่ต่อท่อระบายน้ำแอร์ ปล่อยให้ไหลลงหลังงคา แล้วหลังคาไหนลงกระทบกับรั้ว
กระเด็นใส่รถเราทุกวัน
คนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ ทำเสียงดังตลอดเวลา
ทุบกำแพง ปิดตู้กระแทก เวลาเราทำอะไรมีเสียงหน่อย จะชอบทำกลับมา ทั้งๆที่สิ่งที่เราทำ เป็นกิจวัตรประจำวันของคนทั่วไป
(ถูบ้าน เข้าห้องน้ำ ทำกับข้าว ในช่วงเวลา 9-17:00 มีดึกบ้าง แต่ไม่บ่อย เสียงที่ไม่ปกติ เช่น เสียงปัตตาเลียน เรานัดผมเอง ครั้งละไม่ถึง 5นาทีเพราะโกนผม) เวลาเข้าห้องน้ำเก็บสายชำระดัง มาก ชอบปล่อยลูกกรี๊ด
ร้องไห้ก็ปล่อยให้ร้อง ดึกๆดื่นๆ
เปิดทีวีเสียงดังมาก แล้วตั้งทีวีอยู่ชิดกำแพงฝั่งหัวเตียงเรา แต่เราแทบไม่เคยเปิดทีวีหรือเพลงบนห้องเลย เพราะเกรงใจคนอื่น เวลาอาบน้ำ เราอาบน้ำนาน แล้วอาบกลางคืน กลัวเสียงจะรบกวนคนอื่น ถึงกับต้องนั่งยองๆอาบเพราะกลัวเสียงน้ำจะดัง
เชื่อว่าคำตอบเดียว คือให้ย้ายบ้านซะ เราก็เห็นด้วยนะ มันจะจบลงทุกอย่างจริงๆ แต่มันไม่ได้ง่ายและสามารถทำได้้เลย ณ เดี๋ยวนี้ ทุกวันนี้ไม่อยากจะอยู่บ้านเลย
แล้วที่ไม่ไปคุยกับข้างบ้านหรือบ้านที่เป็นเหตุของปัญหา เพราะถ้าไปคุยแล้ว นอกจากปัญหาจะไม่จบ อาจจะยิ่งเกลียดขี้หน้ากันมากกว่าเดิม ส่วนให้แจ้งนิติ ก็ไม่น่าจะได้ผลใดๆ แล้วก็น่าจะได้ผลลัพธ์เหมือนกันกับการไปคุยเอง ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ อยากระบายจริงๆ บางทีการที่เรา เกรงใจคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะเกรงใจเรา ….











































