Automatically translated.View original post

Tan candy

5/4 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “ขนมโตนด” แล้วอาจสงสัยว่าเหมือนขนมตาลไหม—สำหรับบ้านเราเรียกสลับกันได้เลยค่ะ เพราะทำจากลูกตาลโตนดเหมือนกัน จุดเด่นคือเนื้อขนมต้องฟูเบา นุ่มชุ่มนิดๆ สีเหลืองทองสวย และมีกลิ่นหอมเฉพาะของตาลโตนด ทริคที่อยากแชร์จากที่ทำกินเอง: ถ้าได้ลูกตาลสดๆ (แบบเพิ่งเก็บมา เนื้อยังไม่ช้ำ) รสและกลิ่นจะชัดมาก ทำให้ขนมออกมาหอมกว่า แต่ต้องคัดลูกให้ดี เลี่ยงลูกที่เริ่มมีรอยช้ำหรือมีกลิ่นเปรี้ยว เพราะจะทำให้ขนมมีกลิ่นไม่สะอาดและฟูยากค่ะ ก่อนทำฉันจะล้างเปลือก/ภาชนะให้สะอาด แล้วใช้ช้อนคว้านเฉพาะเนื้อด้านในที่ดูใสๆ นิ่มๆ จากนั้นบดหรือขยำให้เนียน (บางบ้านจะกรองเอาเสี้ยนออกเพื่อให้เนื้อขนมละเอียดขึ้น) เรื่อง “ความฟู” ของขนมโตนด สำคัญมาก: ถ้าอยากให้ขนมฟูสวย ให้เน้นขั้นตอนพักแป้ง/หมักแป้งจนขึ้นฟอง (อุ่นๆ จะขึ้นเร็วกว่า) พอแป้งพร้อมจะเห็นผิวแป้งมีฟองเล็กๆ กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวนิดๆ แบบธรรมชาติ ไม่ฉุน พอถึงตอนนึ่งให้รอให้น้ำเดือดจัดก่อนค่อยวางถ้วย และพยายามอย่าเปิดฝาซ้ำๆ ระหว่างนึ่ง เพราะไอน้ำตกจะทำให้หน้าขนมยุบได้ง่าย อีกอย่างที่หลายคนพลาดคือ “ความหวาน” ลูกตาลแต่ละลูกหวานไม่เท่ากัน ฉันจะชิมเนื้อตาลก่อน แล้วค่อยปรับน้ำตาลให้พอดี จะได้ไม่หวานแหลมเกินไป และยังได้กลิ่นตาลโตนดชัดๆ มากกว่า ถ้าชอบเนื้อแน่นนิดๆ ให้ลดของเหลวลงเล็กน้อย แต่ถ้าชอบนุ่มฟูเบา ให้แป้งไม่ข้นเกินและตี/คนให้เข้ากันพอดี ไม่ต้องนานจนแป้งเหนียว วิธีสังเกตว่าขนมโตนดนึ่งสุกดี: สีจะเหลืองทองสม่ำเสมอ เนื้อด้านบนฟูเป็นโดมเล็กๆ กดเบาๆ แล้วเด้ง ไม่แฉะติดมือ กลิ่นหอมหวานลอยขึ้นมาชัดมาก กินตอนอุ่นๆ คือดีที่สุดค่ะ ถ้าเหลือให้พักให้เย็นแล้วใส่กล่องปิดฝา เก็บตู้เย็นได้ 1–2 วัน ก่อนกินอุ่นด้วยซึ้ง/ไมโครเวฟสั้นๆ เนื้อจะกลับมานุ่มฟูใกล้เคียงเดิม ใครเจอลูกตาลโตนดสดๆ ตามฤดูกาล แนะนำให้ลองทำสักรอบค่ะ ได้ขนมตาลโตนดสีเหลืองทองน่ากินมากๆ และหอมแบบที่ขนมสำเร็จรูปให้ไม่ได้จริงๆ