Automatically translated.View original post

🚀 Why don't people want to stay in the same company for more than three years?

In our parents' day, work = the longer, the more stable 🏢

But this new generation of Jane people (both Gen Y, Gen Z) mindset has changed. 💡

🔑 major Insight.

1️⃣ Growing up is not just a position, it's a skill.

- Over 3 years old working the same skill set. It doesn't grow.

- The world's running faster, so we need to find new growth.

2️⃣ salary that doesn't run by the market.

- 3-5% annual salary increase, but move jobs, plus 20-30%. 💸

- Choose revenue growth. It's more practical.

3️⃣ Work-life balance & Mental Health

- New models pay more attention to "quality of life" than "stay tolerant."

- If you find toxic culture, bye-bye. Don't care how many years.

4️⃣ Career Path image

- HR already knows that the younger generation doesn't need to stay 10 years to prove loyalty.

- But he saw that every move = learning something new, right?

5️⃣ The working world is more open.

- Remote, Hybrid, Freelance, Project-based 🌍

- It's a lot of opportunities, so people don't just stick to "one company for life."

📝 Reality Check.

Being in the same company for a long time is not wrong.

But if it doesn't solve skills, income, and life,

Moving within a few years is already normal for this generation.

👉 What about your friends? How many years do you think "stay fit" in a company? 🤔

# Work # Apply for a job # resume # Job interview # Pee Ee guru job interview

2025/9/10 Edited to

... Read moreในยุคปัจจุบันนี้ การทำงานเพียงแค่ถือสัญญาจ้างระยะยาวกับบริษัทเพียงแห่งเดียวเหมือนในอดีตนั้นไม่ได้เป็นเรื่องปกติอีกต่อไป โดยเฉพาะกับกลุ่มคนเจนใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่มีมุมมองและค่านิยมแตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่อย่างชัดเจน เหตุผลสำคัญหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่นิยมเปลี่ยนงานบ่อยคือการพัฒนาทักษะ (skill set) และเพิ่มพูนประสบการณ์ ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การทำงานแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดียวอาจไม่ช่วยให้ความสามารถเพิ่มขึ้นตามที่ต้องการ ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่ตำแหน่งงานมักจะเป็นตัวชี้วัดการเติบโต นอกจากนี้ เรื่องรายได้ก็เป็นจุดสำคัญที่ดึงดูดให้คนเปลี่ยนงาน ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเพียง 3-5% ต่อปีในบริษัทเดิมอาจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการการใช้ชีวิต ขณะที่การเปลี่ยนงานสามารถเพิ่มรายได้อย่างรวดเร็ว 20-30% ซึ่งช่วยให้มีความมั่นคงทางการเงินและตอบสนองความต้องการทางด้านเศรษฐกิจได้ดีกว่า อีกหนึ่งประเด็นที่ชัดเจนกว่าเดิมคือการให้ความสำคัญกับ work-life balance และสุขภาพจิต คนหนุ่มสาวในยุคนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องงานเป็นหลักเท่านั้น แต่ต้องการชีวิตที่สมดุล เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าหากทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีวัฒนธรรมเป็นพิษ (toxic culture) ก็จะเลือกออกไปหาสถานที่ทำงานอื่น ๆ ที่มีบรรยากาศดีขึ้นอย่างไม่ลังเล ภาพลักษณ์ของเส้นทางอาชีพ (career path) ก็เปลี่ยนแปลงในสายตาของ HR และนายจ้างในยุคปัจจุบัน พวกเขาไม่คิดว่าการอยู่ในบริษัทเดียว 10 ปีจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความซื่อสัตย์ แต่มองที่ประสบการณ์และทักษะที่เติบโตจากการเปลี่ยนงานมากกว่า ซึ่งทำให้การย้ายงานกลายเป็นเรื่องปกติและมีคุณค่า สุดท้าย โลกของการทำงานเปิดกว้างกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานระยะไกล (remote), งานแบบไฮบริด, งานอิสระ (freelance) หรือโปรเจกต์ต่าง ๆ ซึ่งโอกาสในการหางานใหม่ ๆ มีมากขึ้น ทำให้คนไม่จำเป็นต้องยึดติดกับบริษัทเดียวตลอดชีวิตอีกต่อไป ดังนั้น การอยู่ในบริษัทเดิมเกิน 3 ปีที่ไม่มีการพัฒนาทักษะ รายได้ และสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ใช่ความเหมาะสมสำหรับคนยุคใหม่อีกต่อไป การเปลี่ยนงานภายใน 2-3 ปีจึงเป็นเรื่องปกติและเหมาะสมกับสภาพตลาดแรงงานในปัจจุบัน สำหรับใครที่กำลังคิดว่าจะอยู่ที่เดิมหรือเปลี่ยนงาน ลองถามตัวเองว่าบริษัทปัจจุบันตอบโจทย์ในด้านทักษะ การเงิน และชีวิตส่วนตัวหรือไม่ เพราะการเลือกเส้นทางการทำงานที่เหมาะสมจะช่วยให้เติบโตและมีความสุขมากขึ้นในอนาคต