เก่งแทบตาย แต่ทำไมบริษัทเลือก "คนธรรมดา"
ที่โปรไฟล์งั้นๆ ตัดหน้าคุณไป?
เคยสงสัยไหมว่า... ทั้งที่โปรไฟล์คุณแน่นพิกัด ประสบการณ์ล้นมือ แต่ทำไมจดหมายตอบรับงานกลับไปตกอยู่ในมือของคนที่ดู "ธรรมดา" กว่าคุณ?
คำตอบที่เจ็บปวดที่สุดคือ "โลกของการทำงานไม่ได้จ้างคนที่มีใบปริญญาสวยที่สุด แต่เขาจ้างคนที่แก้ปัญหาให้เขาได้ชัดเจนที่สุด" คนที่คุณมองว่าธรรมดา แท้จ ริงแล้วเขามี 'อาวุธลับ' ที่คนเก่งหลายคนมองข้าม และนี่คือ 3 เหตุผลที่ทำให้คนธรรมดาคว้างานตัดหน้ามือโปรไปแบบงงๆ
1. เขาไม่ได้ขาย "ประวัติ" แต่เขาขาย "ทางออก"
ในขณะที่คุณมัวแต่ร่ายยาวว่าเรียนจบอะไรมา ทำงานที่ไหนมาบ้าง แต่คนธรรมดาเหล่านั้นกลับพูดแค่เรื่องเดียวคือ "ความเก่งของฉัน จะไปช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือเพิ่มกำไรให้บริษัทคุณได้อย่างไร" เขาเปลี่ยนตัวเองจาก "ผู้สมัคร" ให้กลายเป็น "โซลูชัน" ที่ HR ปฏิเสธไม่ลง
2. ทัศนคติแบบ "น้ำไม่เต็มแก้ว" ที่กินขาด
สกิลหาความรู้ใหม่ๆ ฝึกกันได้ใน 3 เดือน แต่ "ทัศนคติ" ฝึกกันทั้งชีวิตก็อาจไม่ได้ บริษัทส่วนใหญ่กลัวคนเก่งที่อีโก้สูง แต่หลงรักคนธรรมดาที่ พร้อมจะปรับตัว (Adaptability) และสื่อสารกับคนในทีมรู้เรื่อง (Soft Skills) ความเก่งที่เข้ากับใครไม่ได้ คือความเสี่ยงที่บริษัทไม่อยากลงทุน
3. การนำเสนอที่ "ตรงจุด" (Personalized)
คนธรรมดาที่ได้งาน มักจะไม่ส่งเรซูเม่แบบหว่านแห แต่เขาทำการบ้านหนักมากจนรู้ว่า "แผล" ของบริษัทนี้คืออะไร แล้วเขาก็หยิบจุดแข็งเพียงหยิบมือที่มี ไปปิดแผลนั้นได้อย่างพอดีเป๊ะ
จำไว้ว่า... ในสนามสอบสัมภาษณ์ "คนเก่ง" มักจะตกม้าตายเพราะพยายามนำเสนอตัวเอง แต่ "คนที่ได้งาน" คือคนที่นำเสนออนาคตของบริษัท เลิกสงสัยว่าทำไมเขาได้งาน แล้วหันมาเช็กดูว่าวันนี้คุณนำเสนอตัวเอง "ถูกจุด" แล้วหรือยัง?
#งาน #สมัครงาน #เรซูเม่ #สัมภาษณ์งาน #พี่จ๊ะเอ๋กูรูสัมภาษณ์งาน
จากประสบการณ์ส่วนตัวผมพบว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสมัครงานไม่ได้เป็นเพียงคนที่มีโปรไฟล์สวยงามหรือประสบการณ์แน่นสุดๆ แต่เป็นคนที่สามารถนำเสนอคุณค่าและ 'ทางออก' ที่ตรงกับปัญหาของบริษัทได้จริง ๆ สิ่งที่คนธรรมดามีแต่บางครั้งคนเก่งมองข้ามคือการเข้าใจความต้องการของบริษัทและสามารถสื่อสารจุดแข็งของตนเองให้เป็นโซลูชันที่ช่วยแก้ไขปัญหานั้น สิ่งที่ผมเรียนรู้มาอีกอย่างคือทัศนคติที่เปิดกว้างหรือ 'น้ำไม่เต็มแก้ว' ทำให้คนเหล่านั้นมีความพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวได้ดี ในโลกการทำงานทักษะนี้สำคัญมากกว่าสกิลที่มีอยู่ตั้งต้น เพราะบริษัทชอบคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีและสื่อสารเข้าใจกันง่าย เรื่องการนำเสนอในเรซูเม่หรือการสัมภาษณ์งาน ผมเห็นหลายคนที่ส่งเรซูเม่แบบทั่วไปไปโดยไม่ปรับแต่งให้ตรงกับบริษัทเลย นี่เป็นจุดที่แตกต่างคนธรรมดาจะทำการบ้านมาอย่างหนักว่า บริษัทนี้มีจุดอ่อนอะไร และหยิบยกเอาจุดแข็งที่ตนเองมีไปปิดจุดอ่อนนั้นอย่างพอดี ไม่ใช่แค่พยายามโชว์ความเก่งแบบครอบจักรวาล นอกจากนี้ การตระหนักเสมอว่าวันนี้ตัวเองนำเสนอตัวเองถูกจุดหรือยัง ช่วยให้เราปรับเปลี่ยนแนวทางในการสมัครงานได้ดีขึ้น จะทำให้เรามีโอกาสได้งานมากกว่าการตั้งใจโชว์โปรไฟล์ที่ดูดีเพียงอย่างเดียว สุดท้ายนี้ ผมแนะนำว่าการทำความเข้าใจว่าทำไมบางคนที่ดูธรรมดากลับได้งาน นอกจากจะทำให้เราไม่ท้อแล้ว ยังช่วยให้เราปรับตัวและพัฒนาตัวเองได้อย่างถูกทิศทาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานตามที่เราต้องการจริง ๆ
