Mibro Watch Fit นาฬิกาเรือนละ 2,690 บาท จะใช้แทน Smartwatch หลักได้ไหม?
พี่เอกลองใช้จริงทั้งรับสาย วิ่ง เปิด GPS วัดสุขภาพ และใส่ทั้งวัน สรุปว่าเป็นอีกตัวที่ให้ฟีเจอร์มาครบเกินราคาพอสมควร แต่ก็มีข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ลองดูรีวิวนี้ก่อนครับ
หลายคนถามเหมือนกันว่า Mibro Watch Fit คุ้มไหม และถ้าจะใช้เป็น “สมาร์ทวอทช์หลัก” ได้หรือเปล่า จากที่ลองใช้งานจริงต่อเนื่อง สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้น่าเล่นคือฟีเจอร์ที่ให้มาเกินราคา โดยเฉพาะหน้าจอ AMOLED 1.75 นิ้ว สว่างสุด 600 nits และมี AOD (Always On Display) ใส่กลางแจ้งยังอ่านง่าย ไม่ต้องยกข้อมือบ่อย ในชีวิตประจำวัน ผมใช้รับสายผ่าน Bluetooth Calling บ่อยกว่าที่คิด เพราะตัวเรือนมีไมค์+ลำโพงในตัว เวลาอยู่ในบ้านหรือขับรถช้า ๆ แค่ยกข้อมือก็รับสายได้เลย (แต่ถ้าอยู่ที่เสียงดังมาก ๆ ยังไงหูฟังก็ชัดกว่า) ส่วนสายรัดใส่สบาย น้ำหนักเบา และวัสดุตัวเรือนอลูมิเนียมขอบไทเทเนียม ทำให้ดูพรีเมียมกว่าราคาค่อนข้างเยอะ สายออกกำลังกายจะชอบตรงมี GPS ในตัว 5 ระบบ (Beidou, Galileo, GLONASS, QZSS รวมถึง GPS) เวลาไปวิ่งไม่ต้องพกมือถือก็ยังเก็บเส้นทางได้ และยัง Sync กับ Strava, Google Fit, Apple Health ได้ด้วย ผมชอบที่เปิดดูสถิติย้อนหลังในแอป Mibro Fit แล้วเห็นแนวโน้มได้ชัด ทั้งอัตราการเต้นหัวใจ การนอน และกิจกรรมแต่ละวัน เรื่องโหมดกีฬาให้มามากกว่า 150 รายการ เลือกได้ตั้งแต่วิ่ง เดินในร่ม ไปจนถึงปีนเขา/กระโดดเชือก ทำให้คนเล่นหลายแนวใช้งานได้จริง ตัวเรือนกันน้ำ 5 ATM ใส่ล้างมือ อาบน้ำ หรือว่ายน้ำตื้น ๆ ได้สบาย (แต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับดำน้ำลึก) อีกจุดที่อยากเน้นคือแบตเตอรี่ รุ่นนี้ขึ้นชื่อว่าอึด: โหมดพื้นฐานเคลมได้ราว 20 วัน และโหมดประหยัดพลังงานได้ถึง 60 วัน แต่ถ้าใช้งานหนักขึ้น เช่น โทรผ่านบลูทูธหรือเปิด GPS ต่อเนื่อง แบตก็จะลดไวขึ้นตามธรรมชาติของสมาร์ทวอทช์ ผมแนะนำให้ลองตั้งค่าพวก AOD/การแจ้งเตือนให้พอดีกับการใช้งานจริง จะได้บาลานซ์ความสะดวกกับแบต สำหรับคนที่หา “นาฬิกาสีโรสโกลด์” แนะนำให้ดูโทนสีตัวเรือนกับสายจริง ๆ เพราะบางร้านแสงภาพทำให้สีดูต่างกัน ควรดูรีวิว/ภาพจากผู้ใช้หลาย ๆ แหล่ง และเช็กว่ามีหน้าปัดที่เข้ากับโทนโรสโกลด์ไหม (รุ่นนี้มีร้านหน้าปัดให้เลือกเยอะ ปรับลุคได้หลายแบบ) สรุป ถ้าคุณต้องการสมาร์ทวอทช์ราคาประหยัดที่ได้จอ AMOLED สวย ๆ, โทรผ่านบลูทูธได้, มี GPS ในตัว, กันน้ำ 5 ATM และแบตอึด Mibro Watch Fit เป็นตัวที่ “ใช้แทนเครื่องหลักได้” สำหรับหลายคนเลย แต่ถ้าซีเรียสเรื่องระบบแอปที่ต้องเนี้ยบมาก ๆ หรืออยากได้ฟีเจอร์ระดับเรือธงทุกจุด แนะนำให้ชั่งน้ำหนักกับงบและไลฟ์สไตล์ก่อนครับ
























