รวมน้ำพริกอร่อยๆไว้ที่นี่แล้วจ้า #น้ําพริกอร่อย #น้ําพริกปลาร้าทรงเครื่อง #น้ําพริก #น้ําพริกแมงดา #น้ําพริกแมงดาปลาย่าง #น้ําพริกตาแดง #พริกเผาปลาย่างคุณเพ็ญศรี #อร่อยบอกต่อ #tiktokพากิน #กินกับtiktok #แววพากิน @แววพากิน @แววพากิน @แววพากิน
ถ้าใครค้นหา “วิธีทำน้ำพริกแมงดา” แล้วอยากได้สูตรที่ทำง่าย กลิ่นหอมชัดแบบแมงดาปลาย่าง วันนี้ขอแชร์วิธีที่ทำกินเองบ่อยๆ แนวบ้านๆ แต่รสจัดถึงใจ กินกับผักสดคือเข้ากันมาก (สายแซ่บลองได้เลย) วัตถุดิบ (ปรับได้ตามชอบ) - แมงดาปลาย่าง 1 ตัว (ใช้เฉพาะเนื้อ/มันด้านใน) - พริกแห้งเม็ดใหญ่ 6–10 เม็ด (เพิ่มพริกขี้หนูแห้งได้ถ้าชอบเผ็ด) - หอมแดง 6–8 หัว - กระเทียม 5–7 กลีบ - กะปิ 1–1.5 ช้อนโต๊ะ (หรือไม่ใส่ก็ได้ถ้าอยากให้เด่นที่แมงดา) - น้ำปลา 1–2 ช้อนโต๊ะ - น้ำมะนาว 1–2 ช้อนโต๊ะ (หรือมะขามเปียกถ้าชอบโทนเปรี้ยวละมุน) - น้ำตาลปี๊บปลายช้อน (ตัดรส) วิธีทำ (เน้นหอม เข้ม ไม่ขม) 1) ย่าง/คั่วพริกแห้งให้หอมก่อน (แค่พอหอมอย่าไหม้) แล้วแช่น้ำอุ่น 5 นาทีให้พริกนุ่ม จะตำง่ายและสีสวย 2) ย่างหอมแดงและกระเทียมให้ผิวเกรียมนิดๆ กลิ่นจะหวานหอม และช่วยให้รสน้ำพริก “นัว” ขึ้น 3) แกะแมงดาปลาย่าง เอาเฉพาะเนื้อ/มันด้านใน (หลีกเลี่ยงส่วนที่แข็งหรือไหม้ เพราะอาจทำให้ขม) 4) โขลกพริกกับเกลือปลายหยิบมือให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดง กระเทียม แล้วใส่กะปิ (ถ้าใช้) 5) ใส่เนื้อแมงดาลงโขลกให้เข้ากัน กลิ่นจะเริ่มขึ้นชัดมาก 6) ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว (หรือมะขาม) และน้ำตาลปี๊บนิดเดียว ชิมให้ได้ “เค็มนำ หอมแมงดา เผ็ดตาม เปรี้ยวปลาย” ทริคส่วนตัวให้หอมแบบร้าน - ถ้าชอบโทน “ตาแดง” หน่อยๆ สามารถใส่พริกเผาเพิ่ม 1 ช้อนชา จะได้สีเข้มและกลิ่นคั่วชัด - อยากให้กลิ่นแมงดาเด่นมาก ให้ลดกะปิลง หรือไม่ใส่เลย แล้วเพิ่มเนื้อแมงดาแทน - ถ้ากลัวคาว/ฉุนเกิน ให้บีบมะนาวทีละน้อย และพักน้ำพริกไว้ 10 นาที กลิ่นจะกลมขึ้น กินคู่กับอะไรอร่อย - ผักลวก/ผักสด: แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี มะเขือเปราะ - ของแนม: ไข่ต้ม ไข่เจียว ปลาทูทอด หมูทอด - ข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวคือที่สุด การเก็บรักษา - ถ้าเป็นน้ำพริกตำสด แนะนำแช่ตู้เย็นในกล่องปิดสนิท 3–5 วัน - ถ้าต้องการเก็บนานขึ้น ให้คั่วน้ำพริกในกระทะไฟอ่อนจนแห้งขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยปรุงรส ปิดไฟ พักให้เย็นก่อนแช่ (ช่วยยืดอายุและลดกลิ่นเปลี่ยน) ลองทำแล้วชิมไปปรับไปได้เลย สูตรน้ำพริกแมงดาปลาย่างไม่มีตายตัว แต่ขอให้ย่างเครื่องให้หอม และเลือกส่วนแมงดาที่ไม่ไหม้ เท่านี้ก็ได้ “น้ำพริกแมงดา” กลิ่นฟุ้ง อร่อยบอกต่อแน่นอน
