ประโยชน์ของจิงจูฉ่าย

จิงจูฉ่าย (หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ขึ้นฉ่ายจีน" หรือ "ขึ้นฉ่ายไต้หวัน") เป็นผักสมุนไพรที่มีรสชาติหอมเฉพาะตัว และมีสรรพคุณทางยาในแพทย์แผนจีนมานาน มาดู ประโยชน์ของจิงจูฉ่าย กันแบบละเอียด:

--

✅ ประโยชน์ของจิงจูฉ่าย

1. ลดความดันโลหิต

มีสารฟลาโวนอยด์และโพแทสเซียมที่ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิตอย่างเป็นธรรมชาติ

2. ขับลม แก้ท้องอืด

นิยมนำไปต้มกินหรือใส่ในซุป เพราะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง

3. ลดไขมันในเลือด

ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

4. ช่วยบำรุงหัวใจ

มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อระบบไหลเวียนเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด

5. ช่วยขับเหงื่อและลดไข้

นิยมใช้ในแพทย์แผนจีนเพื่อลดไข้หวัด ตัวร้อน โดยการต้มดื่มน้ำสมุนไพร

6. ลดความเครียด บำรุงสมอง

กลิ่นหอมของจิงจูฉ่ายมีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลาย บรรเทาอาการเครียด และอาจช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

7. ช่วยขับปัสสาวะ

เหมาะกับคนที่บวมน้ำ หรือมีอาการปัสสาวะไม่คล่อง

8. บำรุงตับและไต

มีฤทธิ์ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ผ่านทางระบบขับถ่าย

---

❗️ข้อควรระวัง

สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นมดลูก

ควรล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะผักมีกลิ่นแรงอาจมีแมลงหรือสารเคมีตกค้าง

#จิงจูฉ่าย #ผักสวนครัว #ผัก #สาระความรู้ #เคล็ดลับ #สุขภาพดี #กินดีสุขภาพดี #tiktokพากิน #กินกับtiktok #แววพากิน

2025/9/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามว่า “จิงจูฉ่าย สรรพคุณ ประโยชน์” จริงๆ แล้วควรกินยังไงให้เห็นผลและปลอดภัย จากที่บ้านเราชอบซื้อ “ต้นจิงจูฉ่ายสีเขียวสด ใบหยักเป็นแฉกบนก้านยาว” มาทำอาหารบ่อยๆ ขอแชร์ทริคแบบประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำให้กินง่ายขึ้นและได้ประโยชน์มากขึ้นค่ะ 1) จิงจูฉ่ายคือผักอะไร ทำไมกลิ่นแรง? จิงจูฉ่ายเป็นผักสมุนไพรแนวขึ้นฉ่ายจีน/ไต้หวัน กลิ่นจะหอมฉุนกว่าขึ้นฉ่ายไทยนิดหน่อย เวลาใส่ในซุปหรือผัดจะช่วย “ชูรสกลิ่นสมุนไพร” ทำให้อาหารไม่เลี่ยน และหลายคนรู้สึกโล่งท้องหลังมื้ออาหาร (สายท้องอืดแน่นท้องมักชอบ) 2) วิธีเลือกซื้อให้สด กินแล้วไม่เหม็นเขียว ฉันจะเลือกก้านที่กรอบ ไม่เหี่ยว ใบสีเขียวสดและไม่ช้ำ ถ้าใบเริ่มเหลืองหรือก้านนิ่มมาก กลิ่นจะเพี้ยนและขมได้ง่าย พอซื้อมาแล้วรีบแช่ตู้เย็นจะช่วยคงความหอมไว้ 3) ล้างยังไงให้สะอาด (สำคัญมาก) เพราะเป็นผักก้านและใบหยักเป็นแฉก ซอกใบอาจมีดินหรือแมลงได้ ฉันจะเด็ดเป็นท่อนๆ แล้วแช่น้ำเกลืออ่อนๆ 5–10 นาที จากนั้นล้างน้ำไหลอีก 2–3 รอบ แล้วสะเด็ดน้ำก่อนปรุง ช่วยลดกลิ่นดินและทำให้กินสบายใจขึ้น 4) กินแบบไหนดีให้ได้ “สรรพคุณ” ตามที่คนค้นหา - ต้มจิบน้ำซุป/ซุปใส: เหมาะกับคนที่อยากเน้นความสบายท้อง ขับลม - ผัดไฟแรงเร็วๆ: กลิ่นหอมขึ้น แต่พยายามผัดสั้นๆ ให้ยังเขียว จะได้ไม่เละ - ใส่ตอนท้ายในหม้อสุกี้/แกงจืด: ได้ความหอมและยังคงความกรอบ ถ้าเพิ่งเริ่มกิน แนะนำเริ่มจาก “ใส่นิดเดียวตอนท้าย” ก่อน เพราะกลิ่นค่อนข้างชัด 5) ปริมาณที่กินแบบพอดีๆ โดยทั่วไปฉันจะใส่ประมาณ 1 กำมือต่อหม้อซุปเล็ก หรือ 1/2–1 กำมือต่อจานผัด (ขึ้นกับคนในบ้าน) กินเยอะเกินไปบางคนอาจรู้สึกแน่นหรือมวนท้องได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ชินกลิ่นสมุนไพร 6) ข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนกินเพื่อสุขภาพ - คนท้อง: ควรเลี่ยงการกินปริมาณมาก เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นมดลูกได้ - คนที่มีโรคประจำตัว/กินยาลดความดันหรือยาขับปัสสาวะ: ถ้ากินเป็นประจำ ควรสังเกตอาการเวียนหัว ความดันตก หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ และปรึกษาแพทย์หากไม่แน่ใจ 7) เก็บยังไงให้อยู่ได้นาน ฉันจะห่อด้วยกระดาษทิชชู่ซับความชื้น แล้วใส่ถุง/กล่องปิดฝาแช่ตู้เย็น จะช่วยให้ก้านยังกรอบและใบไม่ช้ำเร็ว (ความชื้นคือศัตรูหลัก) สรุปคือ จิงจูฉ่ายเป็นผักสมุนไพรที่ทั้งหอมและทำอาหารอร่อย แถมคนยังนิยมเพราะเชื่อเรื่องช่วยลดความดัน ขับลม ลดไขมัน บำรุงหัวใจ และขับปัสสาวะ แต่ถ้ากินแบบพอดี ล้างสะอาด และเลือกวิธีปรุงให้เหมาะ ก็จะได้ทั้งความอร่อยและความสบายใจค่ะ

ค้นหา ·
สรรพคุณของจิงจูฉ่าย