เปรียบเทียบรองพื้น Dior รุ่นใหม่กันค่ะ ทั้ง แมทและโกลว์ เลือกอันไหนดี
ถ้าใครกำลังหา “รองพื้น Dior Forever Matte รีวิว” แล้วลังเลว่าจะไปทางผิวแมตท์หรือโกลว์ดี เราลองสรุปจากการใช้จริงแบบเข้าใจง่ายให้ค่ะ (เราใช้เฉด 0N เหมือนกันทั้ง 2 สูตร จะได้เทียบโทนสีง่ายขึ้น) 1) ฟินิชผิวต่างกันยังไง? - Dior Forever Matte: ให้ฟินิชผิวแมตท์แบบเนียนๆ ดูผิวสวยและคุมความมันได้ดี เหมาะกับวันที่อยากได้ลุคเป๊ะ ถ่ายรูปแล้วผิวดูเรียบขึ้น - Dior Forever Skin Glow: ผิวจะโกลว์สุขภาพดี เหมือนผิวชุ่มน้ำ แต่ไม่ถึงกับมันเยิ้ม เหมาะกับวันที่อยากได้งานผิวใสๆ หรือผิวแห้ง/ผิวขาดน้ำ 2) เรื่องการปกปิด ทั้งสองตัวปกปิดได้ดีระดับกลางถึงค่อนข้างมาก (build ได้) แต่ความรู้สึกต่างกันคือ Matte จะช่วย “เบลอ” ผิวและรูขุมขนได้เด่นกว่า ส่วน Skin Glow จะเน้นความสวยแบบผิวดูอิ่มฟู ถ้ารอยเยอะอาจต้องแต้มคอนซีลเลอร์เพิ่มเฉพาะจุด 3) ติดทน/หมองระหว่างวัน จากที่ลองแต่งแล้วอยู่ประมาณ 10 ชม. ถ้าเซ็ตแป้งและใช้สเปรย์ล็อกเมคอัพ ทั้งสองสูตรทำได้ดีและ “ไม่หมอง” ง่าย แต่ถ้าเป็นคนหน้ามันมากๆ สูตร Matte จะคุมมันสบายใจกว่า ส่วน Skin Glow ระหว่างวันผิวจะยิ่งดูฉ่ำขึ้น (ใครผิวมันอาจต้องซับมัน) 4) เหมาะกับสภาพผิวไหน? - ผิวมัน/ผสมมัน: เริ่มที่ Forever Matte จะปลอดภัยสุด โดยเฉพาะโซนที - ผิวแห้ง/ผิวขาดน้ำ: Skin Glow จะช่วยให้ผิวไม่ดูแห้งแตก และงานผิวดูสดกว่า - ผิวผสม: ใช้ Matte ที่ทีโซน แล้วแตะ Skin Glow บางๆ บริเวณแก้มเป็นไฮบริดก็สวยมาก 5) ทริคทาให้สวย (มือใหม่ก็ทำได้) - อยากให้ Matte ดูไม่แห้ง: ลงสกินแคร์ให้ชุ่ม รอเซ็ตตัว แล้วค่อยทาบางๆ ใช้ฟองน้ำหมาดจะเนียน - อยากให้ Glow ไม่เยิ้ม: ลงบางๆ แล้วเซ็ตแป้งเฉพาะทีโซน หรือเลือกแป้งโปร่งแสงบางๆ สรุปเลือกสูตรไหนดี? ถ้าต้องเลือก 1 ขวดแบบใช้งานได้กว้างๆ: ผิวมัน/ต้องการความเป๊ะ เลือก Dior Forever Matte; ถ้าอยากได้งานผิวสวยดูแพง เน้นความฉ่ำสุขภาพดี เลือก Dior Forever Skin Glow ค่ะ






















