Automatically translated.View original post

"5 Alarm That You're" Burning Out "Or Just" In The Wrong Place "."

1. Wake up and don't want to go to work: not because of being lazy, but because I don't know what to do (lack of Purposes)

2. Work is done to order, but there is no pride left: Work like a robot, finish the day.

3.Unconsciously become a "Toxic" person: start complaining about everything around. Frustrate colleagues more easily.

4. Be better at things that don't help life grow: for example, be good at surviving drama in the office, but skill works the same.

5. Try to find the advantages of this job, but can't imagine it except "salary": If the salary is missing one day, you are ready to walk out immediately.

Where are you going across? Comment to share or a close friend tag to invite Czech now! 👇

7/6 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยผ่านช่วงเวลาหมดไฟในการทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักสังเกตอาการของตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าปล่อยไว้นานจะส่งผลทั้งต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพการทำงานของเราเอง ตัวอย่างเช่น อาการตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่อยากไปทำงาน รู้สึกว่าทำไปโดยไม่มีจุดหมาย หรือขาด Purpose ซึ่งในหลายกรณีอาจเกิดจากการไม่ได้เชื่อมโยงกับเป้าหมายส่วนตัวหรือความฝันที่แท้จริง การทำงานเหมือนหุ่นยนต์ที่ส่งงานไปตามคำสั่งโดยไม่มีความภูมิใจ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าคุณอาจหมดไฟ และควรเริ่มมองหาวิธีเติมพลังให้ตัวเอง นอกจากนี้ เมื่อเรากลายเป็นคนที่บ่นหรือหงุดหงิดง่ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือที่เรียกว่า Toxic สิ่งนี้อาจมาจากความเครียดสะสมและความไม่พอใจในที่ทำงาน ซึ่งทำให้บรรยากาศแวดล้อมแย่ลงและส่งผลกลับมาที่ตัวเราเอง เรื่องที่น่าสนใจคือหลายครั้งที่เราจะเก่งขึ้นในเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดการเติบโตทางอาชีพ เช่น การเอาตัวรอดจากดราม่าในออฟฟิศ แต่ทักษะทำงานกลับไม่พัฒนาเลย ซึ่งลักษณะนี้สะท้อนว่าคุณอาจอยู่ผิดที่ หรือแม้แต่รู้สึกว่ามองไม่เห็นข้อดีของงานนี้นอกจากเงินเดือน และนั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าควรพิจารณาเปลี่ยนแปลง การจัดการกับช่วงเวลาหมดไฟนี้ สำหรับผมแล้ว การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิดช่วยได้มาก เพราะเมื่อมีคนรับฟังและเข้าใจ เราจะรู้สึกไม่โดดเดี่ยว อีกทั้งยังได้ไอเดียใหม่ๆ ในการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาตัวเอง นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในการทำงานประจำวัน เช่น เรียนรู้ทักษะใหม่ หรือทำโปรเจกต์ที่ตรงกับความสนใจ จะช่วยให้เราค่อยๆ พบความภูมิใจและแรงบันดาลใจกลับคืนมาได้ สุดท้ายนี้ ผมอยากแนะนำให้ทุกคนไม่เฝ้ารอจนถึงขั้นหมดไฟ เพราะแค่รู้ตัวและปรับเปลี่ยนตั้งแต่สัญญาณแรกๆ จะทำให้เดินทางต่อได้อย่างมั่นคงและมีสุขภาพใจที่ดีมากขึ้นครับ