ศิลปะการใช้คนจากสามก๊ก

2025/8/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาพูดถึง “ศิลปะการใช้คนในสามก๊ก” ฉันมักนึกถึงเรื่องง่าย ๆ ที่ทำยากในชีวิตทำงาน คือ “จัดคนให้ถูกงาน” เพราะคนเก่งไม่ได้เก่งทุกอย่าง และคนที่ดูเงียบ ๆ บางทีคือคนที่เหมาะกับงานที่สุด ถ้าจะเอาบทเรียนจากสามก๊กมาใช้จริง ฉันเริ่มจากการดู 3 อย่าง: ความถนัด (ทำแล้วไหลลื่น), แรงจูงใจ (อยากทำจริงไหม) และนิสัยการทำงาน (รับผิดชอบแค่ไหน) พอจับคู่ถูก งานเดินไวขึ้นแบบเห็นได้ชัด ไม่ต้องคอยไล่ตามรายละเอียดตลอดเวลา อีกข้อที่โดนใจมากคือ “คำไหนคำนั้น สร้างความศรัทธา” ในทีมเล็ก ๆ แค่หัวหน้าผิดคำพูด 1 ครั้ง ความเชื่อใจจะลดฮวบ ฉันเคยพลาดรับปากว่าจะให้เวลารีวิวงานภายในวันนั้น แต่ติดประชุมจนหลุดเดดไลน์ ผลคือคนในทีมไม่กล้าส่งงานรอบถัดไปเพราะไม่มั่นใจ ตั้งแต่นั้นมาเลยใช้หลักง่าย ๆ: ถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้ ให้รีบบอกล่วงหน้า พร้อมกำหนดเวลาชัด ๆ ใหม่ ความไว้ใจกลับมาได้เร็วกว่าเงียบหาย เรื่อง “คบคนดี หลีกหนีคนพาล” ก็ไม่ใช่แค่คำสอนสวย ๆ ในโลกทำงานมันคือการเลือกสภาพแวดล้อม ฉันจะสังเกตคนที่ชอบซ้ำเติม ชอบนินทา หรือชอบโยนงานให้คนอื่น ต่อให้ฝีมือดีแค่ไหน ถ้าอยู่ใกล้นาน ๆ ทีมจะเสียพลังงานไปกับดราม่ามากกว่างานจริง วิธีของฉันคือคุยเรื่องงานด้วยข้อมูล ลดอารมณ์ และวางขอบเขตให้ชัด ถ้าต้องทำงานร่วมกันก็ทำแบบมืออาชีพ แต่ไม่เอาเข้ามาในวงใกล้ หลายคนอาจตีความ “เงินและอำนาจ เป็นแรงขับเคลื่อน” ว่าต้องใช้เงินอย่างเดียว แต่จากที่เจอจริง “ผลตอบแทน” มีหลายแบบ เช่น โอกาสเติบโต เครดิตในผลงาน และสิทธิ์ตัดสินใจ คนเก่งจะอยู่ต่อเมื่อรู้สึกว่าได้สิ่งที่คุ้มค่าและยุติธรรม ส่วน “ความสามารถต้องมาคู่กับคุณธรรม” ฉันใช้เป็นเกณฑ์รับคน/ร่วมงานเสมอ เพราะคนที่เก่งแต่ไม่ซื่อสัตย์ วันหนึ่งจะทำให้ทีมเสียหายหนักกว่าได้ประโยชน์ สุดท้าย “หัวใจต้องแข็งแกร่ง ไม่หูเบา” สำคัญมาก โดยเฉพาะตอนมีเสียงรอบข้างหรือข่าวลือ ฉันตั้งกติกากับตัวเองว่า ก่อนเชื่ออะไรต้องมีหลักฐาน 2 แหล่ง และถ้าต้องตัดสินใจเรื่องคน จะคุยกับเจ้าตัวก่อนเสมอ ไม่ตัดสินจากคำบอกเล่า ปล. เคยเห็นประโยคแนว ๆ “ท้องฟ้าไม่ได้สัญญาอะไร” แล้วรู้สึกว่าเข้ากับสามก๊กดีเหมือนกัน—โลกไม่ได้รับปากว่าทุกอย่างจะง่าย แต่เราฝึกใช้คนให้ถูกงาน รักษาคำพูด เลือกคบคนดี และใจแข็งไว้ได้ ก็เหมือนมี “ท้องฟ้า” ที่โปร่งขึ้นในชีวิตการทำงานทุกวัน

ค้นหา ·
หนังสือ ศิลปะการใช้คนในสามก๊ก