หลังมีลูก เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างลูกกับคนที่เรารัก 🤍

มีอยู่ช่วงนึงหลังมีฟีบัส เราโฟกัสลูกแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

ตื่นมาก็คิดถึงลูก

กินข้าวก็คิดว่าลูกกินหรือยัง

นอนก็ยังคอยดูว่าลูกเป็นยังไงบ้าง

ทุกอย่างในชีวิตเหมือนหมุนรอบคนตัวเล็ก ๆ คนนี้ไปหมด

แล้วช่วงนั้นก็มีคนพูดประมาณว่า ถ้าต้องเลือก เราจะเลือกใคร ระหว่างลูกกับคู่ชีวิต

จำไม่ได้แล้วว่าคำพูดนั้นมาจากไหน หรือพูดกันในบริบทอะไร แต่แปลกดีนะ เพราะมันติดอยู่ในใจเรานิดนึง

พอเอากลับมาคิดจริง ๆ เรากลับรู้สึกว่า…

ทำไมเราต้องเลือก?

ฟีบัสไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครคนหนึ่งต้องถูกลดความสำคัญลง

เขาเกิดมาเพื่อเป็นสมาชิกอีกคนของครอบครัว และป่าปี้ก็คือคนที่กำลังจับมือเรา สร้างครอบครัวนี้ขึ้นมาด้วยกัน

มันเลยไม่ควรเป็นเรื่องของ “ลูกหรือคู่ชีวิต”

เพราะตั้งแต่แรก เราไม่ได้อยู่กันคนละฝั่งเลย

ป่าปี้เป็นคนที่ทำเพื่อครอบครัวเยอะมาก

ทำงาน หาเงิน ดูแลบ้าน ดูแลลูก อาบน้ำลูก ช่วยเปลี่ยนแพมเพิส อ่านนิทาน เล่นกับลูก พาลูกเข้านอน ตื่นมาอุ้มลูกตอนกลางคืน ให้นมลูกโดยพยายามไม่ปลุกหม่ามี้ให้ได้พัก ล้างขวดนม ซักผ้าของลูก ล้างเครื่องปั๊มนม เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ และทำอีกหลายอย่างที่บางครั้งหม่ามี้เองก็ไม่ได้ทันนับด้วยซ้ำ

บางคืนหม่ามี้หลับไปแล้ว

แต่ป่าปี้ยังตื่นมาอุ้มฟีบัส

บางเช้าหม่ามี้ตื่นมา

ขวดนมก็ถูกล้างไว้แล้ว

เครื่องปั๊มนมก็ถูกเก็บเข้าที่แล้ว

เสื้อผ้าของลูกก็ถูกซักไว้แล้ว

บางอย่างป่าปี้ทำโดยที่หม่ามี้ไม่ต้องเอ่ยปากขอด้วยซ้ำ

พอมองย้อนกลับไป หม่ามี้รู้เลยว่า ป่าปี้ก็พยายามดูแลทั้งลูกและหม่ามี้อยู่ตลอด เพียงแต่เขาอาจแสดงความรักผ่านการลงมือทำ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่หม่ามี้ต้องการไม่ใช่ให้ป่าปี้ทำอะไรเพิ่ม

จริง ๆ แล้ว…

บางครั้งหม่ามี้แค่อยากได้เวลาเล็ก ๆ ที่เราได้กลับมาเป็น “เรา” กันบ้าง

นั่งคุยกันสักพัก

กินข้าวด้วยกัน

ถามกันว่าวันนี้เหนื่อยไหม

หัวเราะเรื่องอะไรสักเรื่อง

หรือแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน โดยที่บทสนทนาไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับฟีบัสทุกประโยค

แค่นั้นเอง

แต่พอมีลูก บางครั้งความต้องการเล็ก ๆ แบบนี้กลับทำให้เรารู้สึกผิดได้เหมือนกัน

เหมือนการอยากมีเวลาให้คนรัก แปลว่าเรากำลังให้ความสำคัญกับลูกน้อยลง

ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย

การอยากนั่งคุยกับป่าปี้ไม่ได้แปลว่าหม่ามี้รักฟีบัสน้อยลง

การอยากกอดกันไม่ได้แปลว่าหม่ามี้กำลังละเลยลูก

การอยากมีความใกล้ชิดในแบบของคู่รัก ก็ไม่ได้แปลว่าเรากำลังเลือกใครมากกว่าใคร

และในทางกลับกัน ถ้าวันไหนอีกคนเหนื่อย ไม่พร้อม หรือจำเป็นต้องให้ลูกมาก่อน มันก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักเรา

เราเป็นคนสามคนที่มีความต้องการไม่เหมือนกันในแต่ละวัน

บางวันฟีบัสต้องการเรามาก

บางวันป่าปี้อาจต้องการกำลังใจ

บางวันหม่ามี้เองก็อาจต้องการแค่กอดหนึ่งครั้ง

มันไม่ได้แปลว่าใครสำคัญกว่าใคร

มันแค่แปลว่า วันนี้ใครต้องการการดูแลมากกว่ากัน

หม่ามี้คิดว่าหลังมีลูก เราไม่ได้เลิกเป็นคู่ชีวิตของกันและกัน

เราแค่มีอีกบทบาทเพิ่มเข้ามา

จากคนสองคน กลายเป็นครอบครัวสามคน

และบางครั้งสิ่งที่ทำให้ชีวิตคู่ค่อย ๆ ห่างกัน อาจไม่ใช่เพราะเราไม่รักกันแล้ว แต่อาจเป็นเพราะทุกอย่างในชีวิตหมุนรอบลูก จนเราเผลอลืมดูแลความสัมพันธ์ของตัวเอง

เราเองก็เคยเป็นแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์

จนวันหนึ่งค่อย ๆ เข้าใจว่า เราไม่จำเป็นต้องเลือก

ฟีบัสกำลังเล่นอยู่ เราก็นั่งคุยกับป่าปี้ได้

ฟีบัสหลับแล้ว เราก็มีเวลานั่งข้างกันได้

ถ้าวันไหนลูกต้องการเรา เราก็ไปดูแลลูกก่อน

แล้วถ้ามีโอกาส เราก็ค่อยกลับมาหากัน

ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ

ไม่ต้องเท่ากันทุกวัน

บางวันมีเวลาให้กันแค่สิบห้านาที

บางวันไม่มีเลยก็ได้

ขอแค่อย่าปล่อยให้คนที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกว่า ตั้งแต่มีลูกแล้ว เขาไม่มีความหมายอีกต่อไป

เพราะคนเรายังอยากถูกรัก

อยากถูกมองเห็น

อยากมีคนถามว่า “วันนี้เหนื่อยไหม”

อยากได้รับกอด

และอยากรู้ว่า คนที่เราเลือกเดินมาด้วยกันยังมองเห็นเราอยู่

หม่ามี้คิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ได้มากเกินไปเลย

และหม่ามี้เองก็ไม่อยากให้ฟีบัสโตขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า ความรักเป็นสิ่งที่ต้องแย่งกัน

ไม่อยากให้เขาคิดว่า ถ้าพ่อกับแม่รักกัน แปลว่าเขาจะได้รับความรักน้อยลง

เพราะความรักในครอบครัวไม่ได้มีจำนวนจำกัดขนาดนั้น

เราไม่ต้องแบ่งหัวใจออกเป็นส่วน ๆ แล้วคำนวณว่าใครได้มากกว่าใคร

เราแค่กำลังเรียนรู้ว่าจะดูแลคนที่เรารักทุกคนยังไง ในวันที่แต่ละคนต้องการไม่เหมือนกัน

และแน่นอนว่า เราก็ไม่ได้ทำได้ดีทุกวัน

บางวันหม่ามี้เหนื่อย

บางวันป่าปี้เหนื่อย

บางวันฟีบัสต้องการเราทั้งวัน

บางวันเราแทบไม่มีเวลาคุยกัน

แต่เรายังกลับมาหากันได้

ยังถามกันได้ว่าเหนื่อยไหม

ยังขอบคุณกันได้

ยังเห็นสิ่งที่อีกคนทำให้ครอบครัว

และยังจำได้ว่า ก่อนที่เราจะเป็นพ่อกับแม่ เราเคยเป็นคนสองคนที่รักกัน

บางทีหม่ามี้ก็อยากบอกป่าปี้ว่า

ขอบคุณนะ

ขอบคุณที่ทำงาน

ขอบคุณที่กลับมาช่วยดูแลลูก

ขอบคุณที่ดูแลบ้าน

ขอบคุณที่ตื่นกลางคืน

ขอบคุณที่พยายามให้หม่ามี้ได้พัก

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล็ก ๆ มากมายที่บางครั้งหม่ามี้ก็ไม่ได้พูดออกมา

หม่ามี้เห็นนะ

เห็นทั้งหมด

และการที่หม่ามี้ยังอยากนั่งคุย อยากกอด หรืออยากมีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง ไม่ได้แปลว่าหม่ามี้ไม่เห็นสิ่งที่ป่าปี้ทำเลย

ตรงกันข้ามเลย

เพราะยิ่งเห็น ก็ยิ่งรู้สึกว่าเราอยากรักษาคนคนนี้ไว้ในชีวิตของเรา

ไม่ใช่แค่ในฐานะพ่อของฟีบัส

แต่ในฐานะป่าปี้

ในฐานะคนรัก

ในฐานะคนที่หม่ามี้เลือกจะสร้างครอบครัวมาด้วยกัน

เราไม่ได้มีลูกมาเพื่อให้ชีวิตคู่หายไป

แต่เรากำลังสร้างครอบครัวขึ้นมาด้วยกัน

ฟีบัสไม่ได้เข้ามาแทนที่ความรักที่เรามีให้กัน

เขาเข้ามาเป็นสมาชิกอีกคนของความรักนั้น

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเรารักใครมากหรือน้อยกว่ากัน

ไม่ได้แปลว่าต้องเลือกลูกหรือเลือกคู่ชีวิต

เพราะเราไม่ได้อยู่กันคนละฝั่งตั้งแต่แรก

เราอยู่บ้านเดียวกัน

เหนื่อยด้วยกัน

ดูแลกัน

เลี้ยงฟีบัสไปด้วยกัน

และกำลังสร้างชีวิตนี้ไปด้วยกัน

เราไม่จำเป็นต้องเลือก

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เราไม่ใช่คนสามคนที่ต้องแย่งพื้นที่กันในหัวใจ

เราเป็นครอบครัวเดียวกัน 🤍

#ชีวิตคู่หลังมีลูก #ครอบครัว #ความสัมพันธ์ #พ่อแม่ลูก #บันทึกของแม่

10/8 แก้ไขแล้ว

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

20 ข้อที่เพิ่งเข้าใจตอนอายุ 41
สิ่งที่แนนเคยคิดผิดมาตลอด เคยคิดว่ามันต้องเป็นอย่างงี้ๆนะ ตอนนี้ 41 แล้ว เพิ่งเรียนรู้ว่า อ๋ออออ ที่เราคิดมันผิดมาตลอดเลย ทำให้บางทีเราเป็นทุกข์ในใจบ้างล่ะ เดินชีวิตผิดๆ วันนี้แนนอยากลองแชร์ 20 ข้อที่แนนลิสต์มาว่าน่าจะพอเป็นข้อคิดให้ใครได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ลองอ่านเพลินๆน้าาา 1. ❌ คิดว่าต้องพร
nancy_nicheskin

nancy_nicheskin

ถูกใจ 80 ครั้ง

ภาพวาดสไตล์อนิเมะคู่รักชายหญิงยืนคู่กัน ผู้หญิงถือช่อดอกกุหลาบสีขาว มีข้อความสีขาวบนพื้นดำว่า 'แคปชั่น คำคมประชดผัว' และโลโก้ Lemon8 พร้อมชื่อผู้ใช้ @nune1006_40 อยู่มุมล่างซ้าย
แคปชั่นคำคมประชดผัว
>> แคปชั่นแนวขำ ๆ ประชดชีวิตรักแบบ "มีผัวประสาทแดก" “มีผัวเหมือนไม่มี แถมมีทีเหมือนแบกโรคประสาทไว้คนเดียว” “รักไม่ต้องการเวลา…แต่ต้องการหมอจิตเวชมาช่วยแฟนฉันก่อน” “ผัวไม่ได้ดี แต่ประสาทดีแน่นอน” “เขาเป็นทุกอย่าง…ยกเว้นคนปกติ” >> แคปชั่นแนวประชด/ตัดพ้อแบบมีสไตล์
กินกับนุ่น

กินกับนุ่น

ถูกใจ 359 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม