ลูก ม.2 ขอขึ้นเงินไปโรงเรียนจาก 80 เป็น 100…ควรให้หรือห้าม✨

เปิดวงปรึกษาแม่ๆ!!

ลูกชายพิชากำลังอยู่ ม.2 ตอนนี้มาขอเพิ่มค่าขนม

จาก 80 เป็น 100 บาทต่อวัน

ด้วยเหตุผลว่า “ไม่พอจ้าแม่ กินข้าวเช้ากลางวันก็หมดแล้ว”

…ฟังดูเหมือนจะโอเคใช่มั้ย?

แต่พอขุดลึกไปกว่านั้น…เริ่มงง 🤨

📌 ข้อมูลเบื้องต้น

• เช้า: ยายไปส่งถึงรร. ไม่เสียค่ารถ

• เย็น: นั่งรถสองแถวกลับบ้าน 10 บาท

• ซื้อข้าวเช้า-กลางวัน ที่โรงเรียน

แต่! เคยจับได้ว่า…

🎮 เงินบางส่วนไม่ได้ไปลงท้อง

แต่มันลงตู้เกม!

ล่าสุด…เปลี่ยนแนวไป ร้องคาราโอเกะหยอดเหรียญ

สวมวิญญาณไมค์ทองคำกลางห้าง

ร้องจนเพื่อนๆตบมือให้ (แต่แม่อยากตบหัวนิดๆ)

🎤 “บ้านเราทำไมไม่รวยเหมือนคนอื่น…”

คืออีกหนึ่งบทพ้อของลูกชายวัยรุ่น

เวลานางนัดเพื่อนต่างโรงเรียนไปห้าง

คืออยากกินฮะจิบังแต่แม่ให้เงินเท่าซื้อลูกชิ้นหน้าเซเว่น

นางก็เศร้า…แม่ก็เพลีย 😵‍💫

ประเด็นคือแบบนี้:

จะเพิ่มเป็น 100 ดีมั้ย?

หรือจะสอนให้นางเมเนจเงินเอง

เพราะแม่ก็ไม่ได้พิมพ์เงินเป็นใบๆเหมือนกระดาษในวิชาศิลปะ!

เพื่อนๆมีวิธีบริหารเงินลูกยังไงกันบ้าง?

ให้เพิ่มดีไหม หรือปล่อยให้ลูกเรียนรู้ว่าตู้เกม ตู้เกะไม่ใช่ตู้ ATM?

คอมเมนต์มาปรึกษาแม่ๆกันหน่อย

ไม่งั้นพิชาจะร้องเพลงระบายแทนลูกละนะ 🎤🤣

#ถามมาตอบไป #ลูกวัยรุ่น #คู่มือคุณแม่ #แม่ควรรู้

2025/8/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อเด็กวัยรุ่นเริ่มขอเพิ่มค่าขนมนั้น บางครั้งอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขาต้องการความเข้าใจและการสอนการบริหารจัดการเงินมากขึ้น ในประสบการณ์ของแม่หลายๆ คน การกำหนดงบประมาณร่วมกับลูกและตั้งกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนช่วยให้เด็กเรียนรู้คุณค่าของเงิน เช่น การกำหนดให้ลูกต้องแบ่งเงินเป็นส่วนสำหรับใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหารและเดินทาง และส่วนที่อนุญาตให้ใช้จ่ายตามความชอบอย่างเล่นเกมหรือคาราโอเกะอย่างจำกัด นอกจากนี้ การสอนให้ลูกจดบันทึกรายรับรายจ่ายด้วยตัวเองช่วยฝึกความรับผิดชอบ สำหรับลูกที่ชอบเล่นเกมหรือใช้จ่ายกับตู้คาราโอเกะ การพูดคุยอย่างเปิดเผยถึงความสำคัญของการวางแผนค่าใช้จ่าย และกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมกับครอบครัว ก็ช่วยให้ลูกเข้าใจและรู้จักบริหารเงินได้ดีขึ้น การเพิ่มค่าขนมอาจช่วยได้ในระยะสั้น แต่ถ้าไม่มีกิจกรรมสอนการใช้เงินร่วมด้วย อาจทำให้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายยิ่งบานปลาย และลูกอาจไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ดังนั้นการให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดงบประมาณร่วมกับผู้ปกครองถือเป็นทางเลือกที่ดี และยังช่วยสร้างความเชื่อใจระหว่างกันอีกด้วย สุดท้ายการเป็นตัวอย่างในการประหยัดและการวางแผนทางการเงินของผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะลูกจะเรียนรู้จากพฤติกรรมรอบตัว การเล่าเรื่องและแชร์ประสบการณ์ร่วมกันช่วยสร้างความเข้าใจและเติบโตไปพร้อมกันค่ะ

ค้นหา ·
ให้เงินลูกไปโรงเรียนเท่าไหร่ดี

507 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Nidcha
Nidcha

อันนี้จากมุมเด็กม.6 อายุ18 นะคะ ส่วนตัวหนูก็ได้เงิน 100 ต่อวันค่ะ แต่คุณพ่อจะให้เป็นรายอาทิตย์ค่ะ ค่าใช้จ่ายก็จะมี ค่ารถ 40 ค่าข้าว 40-50 ไหนจะค่าของจิปาถะอีกค่ะ อุปกรณ์การเรียน ค่างานกลุ่ม(อันนี้เป็นรายจ่ายที่เสริมมาค่ะ) จากใจเลยนะคะ 80 ไม่พอจริงๆค่ะ แล้วน้องเริ่มโตแล้วด้วย สังคมก็ต้องเข้า วัยกำลังมีเพื่อนค่ะ การที่ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วไม่มีเงินจ่ายมันรู้สึกแย่นะคะ บางทีเพื่อนต้องจ่ายให้ หนูเคยเจอค่ะ รู้สึกไม่ชอบเลยค่ะ เลยไม่ค่อยออกไปไหนกับเพื่อนค่ะ หนูว่าการที่น้องมาบอกคุณแม่เองหนูคิดว่าน้องก็คิดถูกนะคะ ดีกว่าไปหยิบมาเองโดยไม่บอกค่ะ เอาจริงๆถ้าน้องใช้พอเขาจะไม่ขอเพิ่มค่ะ หรือว่าถ้าคุณแม่ให้น้องได้แค่นี้ หนูว่าควรพูดให้เขาเข้าใจค่ะว่า ทำไมถึงให้ได้แค่นี้อะไรแบบนี้ค่ะ น้องเขาจะเข้าใจมากกว่าค่ะ ม.2 แล้วโตพอที่จะเข้าใจเรื่องแบบนี้แล้วค่ะ ถึงน้องเขากล้าที่จะมาขอเพิ่มค่ะ แสดงว่าเขาก็คงคิดมาดีแล้วแหละค่ะว่ามันไม่พอจริงๆ

ดูเพิ่มเติม(8)
รูปภาพของ Netka
Netka

เราคิดว่าการเล่นเกมไม่ได้ผิดนะคะ ทำไมน้องถึงเล่นไม่ได้คะ ทุกคนมีการผ่อนคลายความเครียดเป็นของตัวเองนะคะ แต่ที่ผิดคือทำไมลูกถึงเลือกจะโกหกแม่?? ถ้าคุณแม่เลี้ยงแบบเคร่งคัดกฏในบ้าน เวลาลูกมีปัญหาจะไม่กล้าบอกตรงๆหรือโกหก แล้วถ้าช่วงแตกเนื้อหนุ่มส่วนมากลูกชายจะเริ่มปลีกตัวห่างจากครอบครัว พูดน้อยลงไม่เหมือนตอนเด็กๆ ยิ่งเลี้ยงแบบบังคับยิ่งไปกันใหญ่เลย เห็นหลายๆที่ลูกเรียนมหาลัยชอบบอกว่า “ลูกจะโทรมาหาแค่ตอนขอเงิน” ไหมคะ กำลังระบาดเลยช่วงนี้ ถ้าไม่อยากให้ก็บอกตรงๆเลยค่ะว่าแม่ไม่ได้มีเงินเยอะนะลูก สอนลูกให้ทำงานพิเศษแบบซอฟต์ๆค่ะ เราทำงานช่วงปิดเทอมตั้งแต่มอต้นเหมือนกันค่ะ ถ้ากลัวก็เริ่มจากทำกับเพื่อนค่ะ ถ้าไหวก็หลังเลิกเรียน 3 ชั่วโมง พอลำบากก็รู้เองค่ะว่ากว่าจะได้เงินมามันเหนื่อย แถมได้ใช้เงินที่ตัวเองหาก็ภูมิใจด้วย คิดก่อนใช้เงินมากขึ้นด้วยค่ะ

ดูเพิ่มเติม(3)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม