พบ คลัสเตอร์โรคไวรัสตับอักเสบเอ ในโรงงาน จ.ชลบุรี
* มีผู้ป่วย 55 คน
* อยู่ระหว่างสอบสวนโรคโดย กรมควบคุมโรค
* คาดว่าเกี่ยวข้องกับ น้ำหรืออาหารปนเปื้อนในโรงอาหาร
📊 สถานการณ์ในประเทศไทย
* ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 20 เม.ย. 2569
👉 พบผู้ป่วยสะสม 672 คน
* เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน
* พื้นที่เสี่ยงสูง:
- ชลบุรี
- ระยอง
- กรุงเทพฯ
- ปทุมธานี
- จันทบุรี
🛡️ วิธีป้องกัน
* ล้างมือก ่อนกินทุกครั้ง
* กินอาหาร “สุกใหม่”
* เลี่ยงน้ำแข็ง/น้ำไม่สะอาด
* ไม่ใช้ช้อนหรือแก้วร่วมกัน
จากประสบการณ์ที่ได้ติดตามข่าวสารและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) พบว่าการระบาดในพื้นที่โรงงานนั้นมักมีสาเหตุหลักมาจากการปนเปื้อนของน้ำและอาหารที่ใช้บริโภคร่วมกัน โรคไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านทางอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส และสามารถแพร่กระจายได้ในชุมชนที่มีความแออัดและมีการใช้ของร่วมกัน เช่น ช้อนหรือแก้วน้ำโดยไม่ล้างมืออย่างถูกต้อง การป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรือน้ำที่ไม่สะอาด นอกจากนี้ยังมีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือสัมผัสผู้ป่วยภายใน 14 วันหลังจากได้รับสารคัดหลั่งหรืออาหารร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค ในมุมมองผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ดูแลคนไข้โรคไวรัสตับอักเสบเอ พบว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียตัวเหลือง ตาเหลือง และบางรายอาจรู้สึกแน่นท้องด้านขวา แต่หากได้รับการดูแลและพักผ่อนไม่ให้ร่างกายเครียดมากเกินไป อาการเหล่านี้มักจะทุเลาลงได้เองภายในหนึ่งเดือน ดังนั้นการตระหนักรู้และปฏิบัติตามแนวทางสุขอนามัยที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในโรงงานเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันการระบาดในระดับชุมชนอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายจังหวัดของประเทศไทย
