ลดไขมัน แบบไม่ทำIF

3/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากที่ได้ลองลดไขมันแบบไม่ทำ IF ด้วยตนเองจริงๆ พบว่าการรักษาความสม่ำเสมอในการกินอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะ เพราะถ้าปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป กรดในกระเพาะจะหลั่งออกมามาก ทำให้เกิดอาการแสบท้องหรืออักเสบได้ง่ายขึ้น ผมจะกินอาหารให้ครบ 3 มื้อหลักและมีมื้อย่อย 1-2 มื้อ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และช่วยควบคุมความหิวได้ดีขึ้น ส่วนโปรตีนก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและทำให้อิ่มนาน ลดการกินจุกจิก ซึ่งปกติผมจะตั้งเป้าโปรตีนที่ประมาณ 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยถ้าอาหารไม่เพียงพอก็จะเลือกใช้โปรตีนเชครสชาติอ่อนๆ และมื้อ Meal Replacement ที่มีสารอาหารครบถ้วนสำหรับช่วงที่เร่งรีบ ในเรื่องของคาร์โบไฮเดรต แนะนำให้เลือกคาร์บเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันหวาน หรือข้าวโอ๊ต ที่ให้พลังงานอย่างต่อเนื่องและไม่กระตุ้นกรดในกระเพาะมากเกินไป ต่างจากคาร์บขัดสีหรือขนมปังขาว ที่ทำให้ระดับน้ำตาลขึ้นและเกิดความหิวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีโรคกระเพาะ ไขมันดีอย่าง น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และอัลมอนด์ ช่วยลดการอักเสบในร่างกายและกระตุ้นฮอร์โมนให้สมดุล จึงช่วยให้ลดไขมันได้ง่ายขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพผิวพรรณด้วย ควรหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ทำให้กรดในกระเพาะหลั่งมากเช่น กาแฟตอนท้องว่าง อาหารรสจัด ของทอดมัน รวมถึงน้ำอัดลม เพื่อรักษาสุขภาพกระเพาะได้ดีขึ้น การออกกำลังกายก็มีบทบาทสำคัญ โดยแนะนำให้ทำคาร์ดิโอในโซน 2 เพื่อใช้ไขมันเป็นพลังงาน และเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อซึ่งช่วยเผาผลาญได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายตอนท้องว่าง ควรกินรองท้องเล็กน้อย เช่น โปรตีนและคาร์บที่ย่อยง่าย ก่อนออกกำลังกาย นอกจากนี้ทริคเล็กๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการกระเพาะ คือการกินช้า เคี้ยวอาหารละเอียด เพราะจะช่วยลดภาระกระเพาะในการหลั่งกรดและย่อยอาหาร และดื่มน้ำจิบน้อยๆ ตลอดวัน เพื่อไม่ให้กระเพาะขยายตัวเร็วเกินไป ลดอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน สุดท้ายคือการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเครียดและการนอนไม่เพียงพอสามารถทำให้กรดหลั่งมากขึ้นและทำให้อาการกระเพาะแย่ลง วิธีลดไขมันแบบนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนที่มีโรคกระเพาะอย่างผม ที่ต้องการลดไขมันแต่ไม่อยากทนทรมานจากการอดอาหารแบบ IF หรือการควบคุมอาหารที่เข้มงวดเกินไป เพราะเป็นวิธีที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายโดยรวม และยังช่วยให้สามารถลดไขมันได้อย่างยั่งยืนโดยไม่กระทบสุขภาพทางเดินอาหาร