ทานข้าวหรือยังค่ะ😊
ได้เลย 😄 มาทำ แกงปลานิล แบบบ้านๆ หอมสมุนไพร กินกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินมาก 🍚🐟
🐟 สูตรแกงปลานิล (แกงเผ็ด / แกงกะทิ)
🧾 วัตถุดิบ
ปลานิลหั่นชิ้น 500 กรัม
พริกแกงเผ็ด 2–3 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามความเผ็ดได้)
กะทิ 2 ถ้วย
มะเขือเปราะผ่าซีก 4–5 ลูก
ใบมะกรูดฉีก 4–5 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
ใบโหระพา 1 กำมือ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
🍳 วิธีทำ
ตั้งหม้อใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดพริกแกงเผ็ดให้หอม
เติมกะทิครึ่งหนึ่ง เคี่ยวจนแตกมัน
ใส่ปลานิลลงไป เคี่ยวเบาๆ อย่าคนแรง เดี๋ยวปลาแตก
เติมกะทิที่เหลือ ใส่มะเขือเปราะ
ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ
ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า ชิมรสตามชอบ
ปิดไฟ ใส่ใบโหระพา คนเบาๆ
🌿 เคล็ดลับ
ถ้ากลัวคาวปลา บีบมะนาวหรือใส่เกลือนิดหน่อยตอนล้างปลา
อยากหอมขึ้น ใส่กระชายซอยบางๆ ได้
ถ้าไม่ชอบกะทิ เปลี่ยนเป็นแกงป่าได้เลย 🔥
ถ้าอยากได้ สูตรแกงปลานิลแบบอีสาน / แกงส้ม / แกงป่า บอกมา เดี๋ยวจัดให้ 😋
การทำแกงปลานิลแบบบ้านๆ นั้นนอกจากจะได้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมของสมุนไพรแล้ว ยังเป็นเมนูที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบธรรมดาที่หาได้ง่ายในครัวเรือน ปลานิลถือเป็นปลาที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง แถมมีเนื้อแน่น นำมาทำแกงกะทิได้ทั้งรสเผ็ดและรสชาติกลมกล่อม หม้อหนึ่งอิ่มอร่อยกันทั้งครอบครัว เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้แกงปลานิลไม่มีกลิ่นคาวอยู่ที่การเตรียมปลาก่อนนำไปประกอบอาหาร โดยแนะนำให้ล้างปลาด้วยน้ำเกลือเล็กน้อย หรือบีบน้ำมะนาวเพื่อลดกลิ่นคาวออกไป นอกจากนี้ การใส่ใบมะกรูดและกระชายซอยในสูตรยังช่วยเพิ่มความหอมและทำให้แกงมีกลิ่นสดชื่นมากขึ้นด้วย สำหรับคนที่ไม่ชอบรสชาติกะทิ สามารถปรับเปลี่ยนมาเป็นแกงป่าแทนที่ใช้พริกแกงป่าจะให้ความเผ็ดร้อนแรงและกลิ่นสมุนไพรที่แตกต่าง แต่ยังคงรสชาติกลมกล่อมและอร่อยได้ ปัจจุบันหลายบ้านนิยมทำแกงปลานิลทั้งแบบแกงเผ็ด แกงส้ม หรือแกงป่า ซึ่งสูตรแต่ละแบบก็จะมีเอกลักษณ์และรสชาติที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำแกงปลานิล คือการใช้พริกแกงที่ทำเองจะช่วยเพิ่มความหอมและลดการใส่ผงชูรสลงไปได้ ช่วยให้ได้แกงที่สะอาดและดีต่อสุขภาพ เพราะไม่มีสารปรุงแต่งเยอะ นอกจากนี้ การเสิร์ฟอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น ควรทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และในบางครั้งก็ใส่พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียงเพื่อเพิ่มความสีสันและรสเผ็ดเล็กน้อยให้ลิ้นได้ตื่นตัว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูอาหารไทยแบบบ้านๆ ขอแนะนำให้ลองทำสูตรแกงปลานิลนี้ดูค่ะ เพราะนอกจากจะได้รับความอร่อยจากรสชาติที่ถูกใจแล้ว ยังได้คุณค่าทางโภชนาการจากเนื้อปลาและสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพไปในตัวด้วย
