Pink-tongued skink

🧬 ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อสามัญ: Pink-tongued Skink

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyclodomorphus gerrardii

วงศ์: Scincidae (วงศ์เดียวกับ Blue-tongued Skink)

ถิ่นกำเนิด: ป่าชื้นและป่าดิบทางตะวันออกของออสเตรเลีย (ควีนส์แลนด์ – นิวเซาท์เวลส์)

อายุขัย: ประมาณ 10–15 ปี (บางตัวถึง 20 ปีในที่เลี้ยงดี)

---

🦎 ลักษณะทั่วไป

ขนาดโตเต็มวัย: 40–45 เซนติเมตร (รวมหาง)

น้ำหนัก: ประมาณ 200–300 กรัม

สีตัว:

พื้นตัวเทา-น้ำตาลอ่อน

มีลายขวางเข้ม ๆ คล้ายงูหรือลายเสือ

ลำตัวเรียวยาวกว่าญาติอย่าง Blue-tongue skink

จุดเด่นที่สุด: 👅 ลิ้นสีชมพูสดใส (ตรงข้ามกับ Blue-tongue ที่ลิ้นสีฟ้า)

ตา: กลมโต ฉลาดและสงบ

หาง: ยาว ใช้ทรงตัวได้ดีเวลาปีน

---

😍 นิสัย

สุภาพ อ่อนโยน ไม่ดุ

ค่อนข้างขี้อายแต่เชื่องได้ง่ายเมื่อคุ้นกับคน

ชอบปีนและซ่อนในกิ่งไม้หรือโพรง

เคลื่อนไหวช้า ไม่ก้าวร้าว เหมาะกับคนเริ่มเลี้ยงสัตว์แปลก

อาจจะขู่บ้างโดยแลบลิ้นสีชมพูโชว์เวลาโดนรบกวน (ไม่กัดง่าย ๆ)

---

🍓 อาหาร

เป็น สัตว์กินทุกอย่าง (Omnivore)

เมนูโปรด เช่น

ผลไม้สุก: กล้วย, มะม่วง, แคนตาลูป

ผักใบเขียว

จิ้งหรีด / หนอน / ไข่ต้ม / หนูตัวเล็ก (นาน ๆ ครั้ง)

อาหารสำเร็จรูปสำหรับ Blue-tongue skink ก็ใช้ได้เช่นกัน

👉 ให้อาหาร 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์

---

🌿 การเลี้ยงดู

อุณหภูมิ:

ทั่วไป: 25–30°C

จุดอาบแดด (basking): 32–35°C

ความชื้น: 60–80% (เพราะมาจากป่าชื้น)

ตู้เลี้ยง:

ควรมีความยาวอย่างน้อย 90 ซม.

จัดตกแต่งด้วยกิ่งไม้ให้ปีนและที่ซ่อน

วัสดุปูพื้น: กาบมะพร้าว, ดินปลูก, sphagnum moss

ไฟ: ต้องมี UVB และหลอดให้ความร้อน

พฤติกรรม: ออกหากินกลางวัน

---

🥚 การสืบพันธุ์

เป็นจิ้งเหลนที่ “ออกลูกเป็นตัว” (viviparous) ไม่ได้วางไข่

ออกลูกได้ครั้งละประมาณ 6–15 ตัว

ลูกอ่อนมีสีเข้มและจะค่อย ๆ สว่างขึ้นตามอายุ

---

💎 จุดเด่น

✅ ลิ้นชมพูสดใส สวยแปลกตา 💗

✅ นิสัยสงบ ไม่ดุ

✅ กินง่าย โตเร็ว

✅ เหมาะสำหรับมือใหม่และคนชอบแนว exotic น่ารัก ๆ

✅ ไม่ต้องการพื้นที่ใหญ่มาก

#ExoticPets #ExoticPetLover #ReptileKeeper #ExoticAnimals #ReptileExotic

2025/10/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจิ้งเหลนชนิดนี้ถึงมีลิ้นสีชมพูสดใสที่แตกต่างจาก Blue-tongued skink ซึ่งลิ้นจะสีฟ้า ผมเองได้มีโอกาสเลี้ยง Pink-tongued Skink มาปีกว่า พบว่านิสัยของมันค่อนข้างอ่อนโยนเลี้ยงง่ายและไม่ก้าวร้าวเลยแม้แต่น้อย สำหรับอาหาร ผมแนะนำให้เลือกผลไม้สุกหลากชนิด เช่น กล้วยและมะม่วง พร้อมผักใบเขียวและโปรตีนจากหนอนหรือจิ้งหรีดสลับกัน ซึ่งช่วยให้เจ้าจิ้งเหลนได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยควรให้อาหารประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อป้องกันการให้อาหารเกิน ช่วงแรกที่เลี้ยง จำเป็นต้องจัดตู้ให้มีวัสดุปูพื้นที่เก็บความชื้นดี เช่น กาบมะพร้าวหรือ sphagnum moss และมีพื้นที่ปีนป่ายด้วยกิ่งไม้ เนื่องจากจิ้งเหลนชนิดนี้ชอบปีนป่ายและซ่อนตัวใต้กิ่งไม้ จากประสบการณ์ การมีหลอด UVB กับจุดอาบแดดอุณหภูมิ 32-35°C ช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมและสุขภาพกระดูกได้ดี นอกจากนี้ พบว่าจิ้งเหลนแลบลิ้นสีชมพูเวลาโดนรบกวนเพื่อขู่ได้อย่างน่ารักไม่ก้าวร้าวมาก ทำให้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเลี้ยงสัตว์แปลกแต่ไม่ต้องการสัตว์ที่ดุร้ายเลย สำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยง Pink-tongued Skink การเตรียมตู้เลี้ยงขนาดยาวอย่างน้อย 90 เซนติเมตรและรักษาความชื้น 60-80% จะช่วยให้จิ้งเหลนมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งจากประสบการณ์ตรงเมื่อตู้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม สุขภาพของมันก็ดีขึ้นและมีชีวิตยืนยาวตามที่บอกไว้ในข้อมูล ในด้านการสืบพันธุ์ ซึ้ง Pink-tongued Skink เป็นจิ้งเหลนที่ออกลูกเป็นตัว แตกต่างจากจิ้งเหลนทั่วไปที่วางไข่ ช่วยให้ตนเองเลี้ยงลูกได้สะดวกขึ้น และทำให้การเพาะพันธุ์ในบ้านเป็นไปอย่างปลอดภัยและง่ายดายขึ้น ถ้าใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงที่แปลกแต่ไม่ซับซ้อน Pink-tongued Skink ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ครับ เพราะนอกจากลิ้นสีชมพูสวยสดแล้ว ยังมีนิสัยที่เหมาะกับมือใหม่และคนรักสัตว์เลื้อยคลานอย่างแท้จริง