Blue Tongue Skink

🧬 ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อสามัญ: Blue-tongued Skink

ชื่อวิทยาศาสตร์: Tiliqua scincoides (และมีอีกหลายชนิดย่อย เช่น T. gigas, T. nigrolutea)

วงศ์: Scincidae

ถิ่นกำเนิด: ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ปาปัวนิวกินี

อายุขัย: ประมาณ 15–20 ปี (ถ้าเลี้ยงดีอาจถึง 25 ปี!)

---

🦎 ลักษณะทั่วไป

ขนาดโตเต็มวัย: 45–60 เซนติเมตร (รวมความยาวหาง)

น้ำหนัก: 400–800 กรัม

ลำตัว: อวบป้อม หน้าตากลม ดูคล้ายงูมีขา 🐍

สี: แล้วแต่สายพันธุ์ เช่น

Indonesian Blue-tongue → ลายดำทอง

Northern Blue-tongue → โทนส้ม-น้ำตาลอ่อน

Merauke Blue-tongue → ลำตัวยาว หางเรียว

จุดเด่นที่สุด: 👅 ลิ้นสีน้ำเงินเข้ม — ใช้ขู่ศัตรูหรือแสดงพฤติกรรมป้องกันตัว

---

😍 นิสัย

เชื่องมาก! โดยเฉพาะเมื่อคุ้นกับคนเลี้ยง

ไม่ก้าวร้าว ไม่ชอบกัด

เคลื่อนไหวช้า เหมาะกับมือใหม่

ชอบอาบแดด นอนอืด ๆ ทั้งวัน

ฉลาดพอจะจำเจ้าของได้ และมักเดินมาหาเวลาเรียกชื่อ

---

🍓 อาหาร

เป็น สัตว์กินทุกอย่าง (Omnivore)

เมนูยอดนิยม เช่น

ผักใบเขียว (คะน้า, ผักกาดหอม, ผักบุ้ง)

ผลไม้ (กล้วย, แอปเปิ้ล, มะม่วง)

โปรตีน: หนูเล็ก, หนอน, ไข่ต้ม, ไก่ต้ม

อาหารแมว/สุนัขเกรดดี (ให้บางครั้ง)

👉 ให้อาหาร 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับวัยโต

---

🌡️ การเลี้ยงดู

อุณหภูมิ:

โซนทั่วไป: 26–30°C

จุดอาบแดด (basking spot): 35–38°C

ความชื้น: 40–60%

ตู้เลี้ยง: อย่างน้อย 90x45x45 ซม. (ใหญ่กว่านี้ยิ่งดี)

วัสดุปูพื้น: ดินปลูก, กาบมะพร้าว, กระดาษหนังสือพิมพ์

อุปกรณ์: หลอดไฟ UVB + หลอดให้ความร้อน

นิสัยในกรง: ชอบหลบในที่ซ่อน แต่จะออกมาทักเมื่อหิว

---

🥚 การสืบพันธุ์

เป็น สัตว์ออกลูกเป็นตัว (viviparous)

ลูกอ่อนเกิดมาพร้อมลิ้นฟ้าเลย 😆

1 ครอกมีประมาณ 8–15 ตัว

---

💎 จุดเด่น

✅ เชื่องมาก เหมาะกับมือใหม่

✅ ดูแลง่าย กินง่าย

✅ ลิ้นฟ้าโดดเด่นไม่เหมือนใคร

✅ ไม่ดุ ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหญ่

✅ อยู่ได้นาน เป็นเพื่อนคู่ใจได้เป็นสิบปี

#AnimalAddict #ExoticLife #PetReptile #ExoticCollection #RarePets

2025/10/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมBlue Tongue Skink หรือที่ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เรียกว่าสัตว์เลี้ยงลิ้นสีฟ้า มีเสน่ห์ที่โดดเด่นและเรียบง่ายในหลายแง่มุม โดยเฉพาะความทนทานและนิสัยที่ไม่ก้าวร้าวทำให้เป็นที่นิยมในแวดวงผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่ ทั้งนี้คุณสมบัติในการเป็นสัตว์กินทุกอย่าง หรือ Omnivore ช่วยให้การให้อาหารง่ายขึ้นมาก หากเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงที่ต้องการอาหารเฉพาะชนิดมากกว่านี้ สิ่งสำคัญอีกข้อในการเลี้ยง Blue Tongue Skink คือการจัดสภาพแวดล้อมให้อบอุ่นเหมาะสม จำเป็นต้องมีโซนอาบแดด (basking spot) ที่อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 35–38°C โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เลี้ยงในสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย ควรติดตั้งหลอดไฟ UVB และหลอดไฟให้ความร้อนเพื่อเลียนแบบแสงแดดธรรมชาติให้ได้มากที่สุด วัสดุปูพื้นแนะนำควรเป็นวัสดุที่ดูแลทำความสะอาดง่ายและไม่ทำให้เกิดเชื้อรา เช่น ดินปลูกหรือกาบมะพร้าว นอกจากนี้ Blue Tongue Skink ชอบซ่อนตัวในที่มืด ทำให้จัดสิ่งของเช่นที่ซ่อนหรือกล่องเล็ก ๆ ในตู้เลี้ยงช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยและลดความเครียด ในด้านอาหาร แนะนำให้จัดเมนูที่หลากหลายและสลับสับเปลี่ยน เช่น ผักใบเขียวอย่างคะน้าและผักบุ้ง ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะม่วงหรือแอปเปิ้ล และโปรตีนจากหนูเล็ก หนอน ไข่ต้ม หรือเนื้อไก่ต้ม โดยให้ในปริมาณเหมาะสม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นการช่วยรักษาสมดุลโภชนาการ พฤติกรรมของ Blue Tongue Skink มีความฉลาดและตอบสนองต่อเจ้าของได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยงจนคุ้นเคยจะแสดงท่าทางเดินมาหาเมื่อถูกเรียกชื่อ นี่คือจุดเด่นที่ทำให้สัตว์ชนิดนี้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่ดีของผู้เลี้ยง เรื่องการสืบพันธุ์ Blue Tongue Skink เป็นสัตว์ออกลูกเป็นตัว (viviparous) แม่ลูกสามารถอยู่รวมกันได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ที่สนใจในการเพาะพันธุ์เข้าใจง่ายและสามารถเตรียมตัวการดูแลลูกอ่อนได้อย่างถูกต้อง สำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่ Blue Tongue Skink เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมาก เพราะดูแลง่าย ไม่ก้าวร้าว และมีอายุยืนยาวถึง 15-20 ปี ทำให้คุณได้รับความสุขกับสัตว์เลี้ยงนี้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังไม่ต้องเตรียมพื้นที่ขนาดใหญ่เหมือนสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด จึงเหมาะกับการเลี้ยงในบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก โดยรวมแล้ว Blue Tongue Skink สัตว์เลี้ยงจากวงศ์ Scincidae มีความน่ารักเฉพาะตัวที่ลิ้นสีฟ้าเป็นเครื่องหมายการค้าและนิสัยที่เป็นมิตร ช่วยเสริมสร้างความสุขและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนกับสัตว์อย่างยั่งยืนในทุกครอบครัว