ถึง ตัวเธอที่กำลังต่อสู้กับความฝัน
เธอ!? ใช่เธอนั้นแหละ เหนื่อยมั้ย? ท้อมั้ย? แล้วยังอยากทำอยู่อีกมั้ย? ใช่ทางที่เราต้องการอยู่ใช่ไหม หรือพ่อแม่วาดไว้? ลองถามคำถามเหล่านี้สิ! ทางที่เราเลือก เราต้องการจริงๆใช่ไหม เรารักจริงๆ ใช่ไหม ถ้ามันใช่จริงๆ ทำให้เต็มที่นะ ทำให้เรารู้สึกว่าต่อให้เราย้อนกลับมาจะไม่รู้สึกเสียดายในสิ่งที่เราทำ มันเหนื่อย มันท้อ แต่เมื่อใดที่เราทำ แม้จะแลกด้วยร่างกาย แต่ใจยังรักมันก็ไปต่อได้ เดินทางมาไกลขนาดนี้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกคนที่กำลังเดินทางตามที่ฝัน อย่าลืมภูมิใจในตัวเองเยอะๆล่ะ😊
แต่ถ้าไม่ละก็ เอาตัวเองทั้งใจ และกายเราออกมาเพื่อใช้ชีวิตที่เราต้องการ ตามหาความฝันอีกครั้ง มันไม่ได้เสียดายชีวิตหรอก เราเกิดมาแค่ครั้งเดียวมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ ต้องเจอคนอีกเยอะ คนจะว่าอะไร ดูถูกอะไร
อย่าได้กลับมาเอาใส่ใจ เพราะสิ่งที่จะกำหนดเส้นทางชีวิต ความฝันและเป้าหมายที่ต้องการ นั้นคือตัวเราไม่ใช่เขา
แต่ถ้าชีวิตอยู่ในช่วงที่ไม่รู้จะไปทางไหนก็พักตัวเอง
อย่างน้อยทำให้ตัวเรา ใจเราได้พัก และทบทวน
ที่ต้องการหลังจากนี้ ปิดโซเชียล ไปเที่ยว กินของอร่อย เล่นอะไรก็ได้ที่มีความสุข นั่นคือการที่เราได้พักจริงๆ
ไม่รู้ว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์มากน้อ ยแค่ไหน
ยังก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน:)
ในชีวิตจริง ความฝันมักต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยและท้อแท้เหมือนที่บทความได้กล่าวไว้ จริงๆ แล้วการตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรากำลังทำเพื่อความฝันที่รักจริงหรือไม่ เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบางครั้งแรงกดดันจากรอบข้าง โดยเฉพาะพ่อแม่หรือสังคม อาจทำให้เราเกิดความสับสนและหมดไฟในการเดินตามเป้าหมายของตนเอง เคยสังเกตไหมว่าเวลาที่เรา 'หมดไฟ' เช่นในช่วงเรียนหรือทำงานหนัก การหันกลับมาดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนจริงจัง ปิดโซเชียลมีเดียสักพัก หาของอร่อยๆ กิน หรือไปเที่ยวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ จะช่วยเติมพลังใจได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะมันทำให้จิตใจได้พักผ่อนและกลับมาชัดเจนว่าเราต้องการอะไรจริงๆ ผู้เขียนบทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวและข้อความจาก "นพ.วีธวิช เอนกงํานงค์" ที่พูดถึงความเหนื่อยล้าจากการอ่านหนังสือหรือทำงานจนหมดไฟ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องผ่าน การที่เราได้พูดคุย เปิดใจ และหาเวลาพักผ่อนเป็นสิ่งช่วยฟื้นฟูสมดุลในชีวิตได้ดี นอกจากนี้ การภูมิใจในตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านมา แม้แต่ความพยายามและความกล้าหาญที่จะไม่ยอมแพ้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามีกำลังใจไปต่อ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือเสียดายกับทางเลือกที่ผ่านมา เพราะทุกก้าวที่เดินนั้นคือบทเรียนและประสบการณ์ที่มีค่า สุดท้าย อยากให้ทุกคนจำไว้ว่าชีวิตมีครั้งเดียว การได้ทำในสิ่งที่รักและเชื่อมั่น คือของขวัญที่ทุกคนควรให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเดินช้าแค่ไหน หรือหยุดพักกี่ครั้ง ขอแค่อย่ายอมแพ้ความฝันของตัวเองง่ายๆ และเชื่อมั่นว่าทุกความเหนื่อยล้า จะกลายเป็นพลังที่ทำให้เราเข้มแข็งในวันข้างหน้า
