Automatically translated.View original post

Why do we like to think that we are not good?

For us, the trauma of long-standing "slander" and "pressure," being slander or ill-treated by those around us for years, directly affects our self-Esteem.

When we are in an environment where people often find fault or impair us, the brain begins to adopt words as a "voice in their head."

But today we tell ourselves, ask ourselves, if we were 10 years ago to see us today, how stunned would he be at our excellency?

Thank you for being so good. You don't have to be better tomorrow. Just be kind to yourself.# Encourage yourself # How to cope with feelings # lemon 8 diary

4/27 Edited to

... Read moreในประสบการณ์ของผู้คนจำนวนมาก รวมถึงตัวฉันเอง ความรู้สึกว่า "เราไม่เก่ง" มักเกิดจากการสะสมคำพูดลบหรือความคาดหวังที่มากเกินไปจากคนรอบข้างที่ทำให้เกิดการกดดันทางใจอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่เรียนรู้คือ การแยกความรู้สึก "เหนื่อย" กับ "ล้มเหลว" ออกจากกัน หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งเพราะเหนื่อยกับความพยายาม จริงๆ แล้วความเหนื่อยนั้นสะท้อนว่าคุณได้พยายามมาแล้วและสู้ต่อไป ไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลว หนึ่งในวิธีที่ได้ผลดีคือการยอมรับคำชมโดยตรงเมื่อมีคนบอกว่าเราทำได้ดี เช่น การตอบกลับว่า "ขอบคุณนะ" แทนที่จะปฏิเสธหรือค้านใจ ซึ่งช่วยสะสมพลังบวกในใจและเป็นเสมือนเกราะกำบังให้ความเชื่อมั่นในตนเองเติบโตขึ้น นอกจากนี้ การให้ความเกียรติกับความเหนื่อยและความพยายามของตัวเองก็เป็นอีกวิธีที่ดี สามารถบอกกับตัวเองว่า "ฉันเหนื่อยเพราะสู้มาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพราะฉันอ่อนแอ" ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนมุมมองในใจและคลายความกดดัน สุดท้าย การถามตัวเองว่าถ้าเวอร์ชันเมื่อ 10 ปีก่อนเห็นตัวเราในวันนี้ เขาจะคิดว่าเราเก่งขนาดไหน เป็นการกระตุ้นให้เห็นคุณค่าและพลังของการพัฒนาในตัวเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้เราหันมาปลอบใจและให้กำลังใจตัวเองได้มากขึ้น การรู้จักให้อภัยและใจดีกับตัวเองจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความรู้สึก "ไม่เก่ง" ค่อยๆ ลดลงและเปิดโอกาสให้เราเติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้น