ประสบการณ์ทำงานภายในอายุ20
เริ่มจากเราทำงานหลังเลิกเรียนกับแม่ตั้งแต่อายุ10ขวบเลยย
พอขึ้นม.ต้น ก็มีไปทำช่วงปิดเทอม แต่ตอนนั้นใช้เงินไม่เป็นค่ะ ได้มาก็ให้แม่หมดเลย
โตขึ้นมาหน่อยเริ่มใช้เงินเป็น ก็ใช้แบบไม่รู้จักเก็บ
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินเก็บเลยค่ะ🥲
แต่ก็จะพัฒนาตัวเอง หาเงินให้เก่งกว่าที่ผ่านมา แต่ที่ผ่านมารู้สึกว่าใช้ช่วงวัยรุ่นหมดไปกับการทำงานมาตลอด เลิกเรียนก็ไปทำงาน ตื่นมาเรียนก็สายประจำเพราะหมดแรง
เป็นคนที่ทุนน้อยด้วย พ่อแม่เค้าก็ซัพพอร์ทเราเท่าที่เค้าไหว
ในขณะที่เราโตขึ้น เค้าเองก็แก่ลงเรื่อยๆ🥹
ปกติเป็นคนชอบเที่ยวมากกกกก
ถึงเงินจะสำคัญกับเราแค่ไหน แต่เราต้องหาเวลาไปใช้ชีวิตบ้าง เพราะสำหรับเรา เราไม่ได้อายุเท่านี้ไปตลอด ก็เลยเป็นคนที่อยากทำไรทำเลย อยากรู้ไรลองเลย
สาเหตุนึงที่ไม่คิดอยากกลับไปทำเซเว่น เพราะมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก และเหนื่อยมาก ต้องอดทน ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ และมักมีปัญหาทู๊กกกกกวัน!!
ตอนนี้ก็ไม่ได้วาดฝันอะไรไว้มาก เพราะบางครั้งความเป็นจริงมันก็ยาก อยากอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขที่สุด แล้วก็ตั้งใจเก็บเงินแบบจริงๆจังๆสักที🥰
ขอเป็นกำลังใจให้คนเก่งทุกคนที่กำลังพยายา มอยู่ตอนนี้นะคะ 🤍🌻☺️
ประสบการณ์ทำงานหลากหลายตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเรื่องที่ท้าทายและสอนให้เราได้เรียนรู้มากมาย ทั้งเรื่องการบริหารเวลา การรับมือกับความเหนื่อยล้า และการตั้งเป้าหมายชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง จากข้อมูล OCR พบว่า ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่แคชชวลในวัย 15 ปี ไปจนถึงเซเว่นที่เรียนมาก็ต้องทำงานหนัก โดยเข้ากะดึกและทำงานต่อเนื่องจนไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ ร่างกายและจิตใจจึงอ่อนล้าไปตามๆ กัน นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ทำงานที่โรงงานหลายแห่ง รวมถึงสเวนเซ่นที่แม้จะสนุกแต่ก็ต้องเผชิญกับความเหนื่อยมากจนต้องลาออก สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามอย่างมากที่จะพัฒนาตัวเองและหารายได้ เรื่องการจัดการเวลาระหว่างเรียนและทำงานนั้นเป็นโจทย์ที่ต้องหาความสมดุลเพื่อรักษาสุขภาพกายและใจ สำหรับวัยรุ่นที่ทำงานหลายงานควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการวางแผนทางการเงิน แต่ละงานมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน เช่น งานเซเว่นที่โดดเด่นเรื่องรายได้แต่เหนื่อยและแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ขณะที่งานโรงงานอาจต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดี เช่น ฝุ่นละอองหรือกาวที่เลอะมือ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าชีวิตต้องการความอดทน ความยืดหยุ่น และการวางแผนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน การศึกษา หรือเวลาสำหรับตัวเองและครอบครัว แรงสนับสนุนจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องรู้จักพึ่งพาตัวเองด้วย การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การเก็บเงินเพื่ออนาคต จะช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี สุดท้าย อย่าลืมว่าการมีช่วงเวลาที่ได้ไปเที่ยว หรือหยุดพักเพื่อเติมพลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้เงินจะสำคัญแต่ความสุขและสุขภาพจิตก็ต้องมาก่อน การพยายามและไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากในวัยรุ่นเป็นสิ่งที่จะทำให้เราแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับอนาคตได้อย่างมั่นคง









