30 years old. Want to have a legacy? What kind of savings? ⁉️
🚩 May I have a drug label for people who want to have an inheritance? What kind of savings?
Pop, let's share this idea with everyone.
"Which is the most rewarding and easy and the most rewarding?"
▶️ Savings by yourself: accumulate money 12 years, 170,000 baht a year.
The collection will have 2,040,000 baht.
(But for 1-12 years, during the payment, the children will receive according to the amount collected)
For example, a fifth year is only $850,000.
And this money is also subject to inheritance tax.
▶️ Savings and life insurance.
Life Ready Life Insurance 12 / 99 Cumulative Premium
Only 59,000 baht a year (and tax deductible every year).
Let's say if you send a pawn for five years, there's an unexpected incident.
Unfortunately, leave first. There is an immediate inheritance for the family of 2,000,000 baht.
Or accumulate a pawn until 12 years, including a pawn paid 708,000 baht only.
"But immediately funded the insurance that Garantri gave the family.
After going to 2,000,000 baht. "
✔️ better? The inheritance we need to have for our families spends less money.
And get the inheritance money that the garrison is more than leaving, the family receives immediately.
Importantly, inheritance from insurance does not have a single inheritance tax.
หลายคนค้นหาเรื่อง “เงินประกันชีวิต มรดก” เพราะอยากรู้ว่า ถ้าเราไม่อยู่แล้ว ครอบครัวจะได้เงินจากประกันยังไง และต่างจากการออมเงินเองแค่ไหน จากประสบการณ์ที่ลองวางแผนจริง ๆ สิ่งที่ควรเช็กมีไม่กี่ข้อ แต่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นมากค่ะ 1) เงินประกันชีวิตถือเป็น “มรดก” ไหม? โดยทั่วไป เงินจากประกันชีวิตจะจ่ายให้ “ผู้รับประโยชน์” ที่เราระบุไว้ในกรมธรรม์โดยตรง ไม่ต้องรอแบ่งทรัพย์ตามกองมรดกเหมือนทรัพย์สินอื่น ๆ ข้อดีคือมักได้รับเงินเร็วกว่า และตั้งใจส่งให้คนที่เรากำหนดได้ชัดเจน (เช่น คู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่) 2) ทำไมคนถึงใช้ประกันชีวิตเพื่อทำมรดก 2 ล้านบาท เหตุผลหลักคือ “การันตีทุนประกัน” ตั้งแต่วันแรก ๆ แม้เราจะเพิ่งจ่ายเบี้ยไปไม่กี่ปี หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวมีโอกาสได้รับเงินก้อนใหญ่ตามทุนประกัน (ขึ้นกับเงื่อนไขและความคุ้มครองที่ระบุ) ต่างจากออมเงินเองที่กว่าจะครบ 2 ล้านต้องใช้เวลา และระหว่างทางยอดเงินยังไม่เต็มเป้าค่ะ 3) เช็กให้ชัวร์: ระบุผู้รับประโยชน์ให้ถูกต้อง จุดที่คนมักพลาดคือไม่ได้อัปเดตผู้รับประโยชน์หลังแต่งงาน/หย่า/มีลูก แนะนำให้ทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุกครั้งที่สถานะครอบครัวเปลี่ยน เพราะนี่คือหัวใจของการส่งต่อเงินประกันชีวิตเป็นมรดก 4) เอกสารที่ครอบครัวต้องใช้ตอนเคลม โดยทั่วไปจะมี เช่น ใบมรณบัตร สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์ เลขที่กรมธรรม์ และแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหม (รายละเอียดอาจต่างกันตามบริษัท) ถ้าเราจัดแฟ้มเอกสารไว้ให้ตั้งแต่วันนี้ คนข้างหลังจะไม่ต้องวิ่งหาของหลายรอบ 5) ภาษีและค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ หลายคนสนใจเพราะเงินจากประกันชีวิตมักถูกวางแผนให้เป็นเงินก้อนสำหรับครอบครัว และบางกรณีมีประเด็นเรื่องภาษีมรดก/การส่งต่อทรัพย์สินน้อยกว่าแบบอื่น แต่เพื่อความชัวร์ แนะนำอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี/การเงินตามสถานการณ์ของแต่ละบ้านค่ะ 6) เลือกแบบประกันให้ตรง “เป้าหมายมรดก” ถ้าเป้าคือทิ้งเงินก้อนให้ครอบครัว ให้ดู 3 อย่างนี้เป็นหลัก: ทุนประกันที่ต้องการ (เช่น 2,000,000 บาท), ระยะเวลาจ่ายเบี้ย (เช่น 12 ปี) และความคุ้มครองระหว่างทาง ว่าเพียงพอต่อความเสี่ยงของเราไหม สรุปในมุมคนอยากมีมรดกก้อนแรก: ถ้าอยากให้ครอบครัวมีเงินก้อน “ทันที” เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประกันชีวิตเป็นตัวช่วยที่ทำให้เป้าหมายมรดกชัดและเร็วกว่าออมเงินอย่างเดียว แต่ก็ต้องเลือกแบบให้เหมาะกับงบ และอย่าลืมตั้งผู้รับประโยชน์ให้ถูกต้องที่สุดค่ะ
