26 ม.ค.69

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 กทม. คาดอากาศปิดต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำงานใกล้ชิดจังหวัดใกล้เคียงคุมเข้มการเผาต่อเนื่อง ด้านสถิติปีนี้ยังคงดีขึ้นกว่าปีก่อนชัดเจน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พร้อมด้วย ที่ปรึกษาฯ พรพรหม อัปเดตสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดย กล่าวว่า เดือน ม.ค. ปีนี้ นับถึงวันที่ 26 ถือว่าดีกว่าปีที่แล้วมาก ส่วนเช้านี้ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มและสีเหลือง เพราะคืนที่ผ่านมามีสภาวะลมปิด อัตราการถ่ายเทอากาศไม่ดี แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงวันอาทิตย์หน้า

โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์ว่าอัตราการระบายอากาศปิดและปรากฏการณ์ฝาชีครอบ รวมถึงลมจากตะวันออกที่อาจพาฝุ่นจากการเผาชีวมวลเข้ามา ทำให้ค่าฝุ่นยังไม่ลดลง

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบสถิติ เดือน ม.ค. ช่วงวันที่ 1 – 25 ของปี 68 และปี 69 ปีนี้มีค่าฝุ่นสีส้มลดลง 63% ค่าเฉลี่ยฝุ่นลดลง 30% ส่วนจุดเผาลดลง 42% ผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกคน โดยเฉพาะการลดจุดเผาในจังหวัดนครนายก

คาดการณ์ค่าฝุ่นตลอดสัปดาห์นี้ยังทรงตัว จับตาการเผาในพื้นที่รอบ กทม. เดินหน้าเชิงรุกประสานงานจังหวัดใกล้เคียงต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ตอนนี้ในพื้นที่ กทม. คุมการเผาชีวมวลจากเกษตรกรรมได้ 100% ส่วนเหตุผลที่ต้องจับตาจุดเผาจากจังหวัดรอบนอก เนื่องจากลมที่พัดเข้า กทม. มาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ซึ่งมีเส้นทางผ่านประเทศเพื่อนบ้านและจังหวัดใกล้เคียงที่มีการเผาทำให้พัดเอาฝุ่นเข้ามา

โดยสัปดาห์นี้จะดูเข้มเรื่องการเผาในจังหวัดใกล้เคียง พร้อมประสานการทำงานร่วมกัน ยังประมาทไม่ได้ เพราะฤดูฝุ่นยาวไปถึงเดือน ก.พ.

#กทม #BMA #PM25 #สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี

1/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงฤดูฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงมักสร้างผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนมากมาย จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ ผมสังเกตเห็นว่าการที่ทาง กทม. โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างใกล้ชิด รวมถึงการประสานงานกับจังหวัดรอบข้างอย่างรัดกุม ช่วยให้การจัดการฝุ่นดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเดือนมกราคมปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการควบคุมการเผาชีวมวล 100% ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการลดจุดเผาในจังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงที่มีผลกระทบต่ออากาศใน กทม. ลมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งพัดฝุ่นมาจากพื้นที่เหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฝุ่น PM2.5 ยังไม่ลดลงทันที แม้ว่าภายในเมืองจะควบคุมดีแล้วก็ตาม ในแง่การป้องกันตัวเอง ผมแนะนำให้ประชาชนติดตามค่าฝุ่นผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และเลือกสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงวันที่มีค่าฝุ่นสีส้มอย่างในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากสภาวะลมปิด ทำให้อากาศไม่ถ่ายเทดีนัก นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เช่น การดื่มน้ำมากๆ ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และพักผ่อนให้เพียงพอก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายรับมือกับฝุ่นพิษได้ดียิ่งขึ้น สุดท้าย ความสำเร็จในการลดปัญหาฝุ่นพิษของกรุงเทพฯ ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต หากทุกฝ่ายยังคงร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องและเข้มงวดเรื่องการเผาในพื้นที่รอบข้าง การลดฝุ่นในระยะยาวก็จะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต