Automatically translated.View original post

6 misunderstandings about the imaginary world

The basic thought processes of people who create imaginary worlds are rarely told to others, so people who have never created an imaginary world can be confused, but creating an imaginary world is not that much of a brain burden.

Like the floating island city in the picture, it takes many days to think about how to divide the cities, and there are many things that are still obscure waiting to be added in the future. At first, we will start with ideas, such as good things can be thought about, food used to eat, or new technologies that have been seen in the news, and then consider how the idea will come into our imaginary world and in what form it will come out, align it with your own imaginary world, and then gradually add it up a little bit, many times, not to imagine, but to think of a text.

The imaginary world has advantages and disadvantages. Everyone can use it to be useful. If the offspring have an imaginary world, try to talk to them. But do not forbid it to be used in a creative way. The imaginary world is a way to understand their inner world. It can be a safe zone for many people, including practicing many skills such as reading. Because there must be information in the brain to create their own.

# Imagination # paracosm # worldplay # Imaginary world # Raising children

2025/8/19 Edited to

... Read moreถ้าให้ตอบแบบที่เราเข้าใจจากประสบการณ์ตัวเอง “จินตนาการ” คือความสามารถของสมองในการสร้างภาพ/เรื่อง/สถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า ณ ตอนนั้น อาจเป็นภาพในหัว เป็นข้อความที่เราคิดเป็นประโยค หรือเป็น “ความรู้สึก” ของฉากและบรรยากาศก็ได้ จินตนาการไม่ใช่การโกหกตัวเอง และไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแฟนตาซีเสมอไป บางคนจินตนาการเป็นชีวิตประจำวัน บางคนเป็นอนาคต บางคนเป็นโลกทั้งใบ สำหรับคนที่ชอบสร้าง “โลกจินตนาการ” (paracosm หรือ worldplay) เรามักเริ่มจากไอเดียเล็กๆ ก่อนจริงๆ เช่น อาหารที่เคยกิน เทคโนโลยีที่เห็นในข่าว หรือคำถามเล่นๆ ว่า “ถ้าเมืองนี้อยู่บนเกาะลอยน้ำจะจัดโซนยังไง” แล้วค่อยๆ เติมรายละเอียดเฉพาะส่วนที่กำลังสนใจ ตอนเริ่มต้นไม่ได้ต้องมีแผนที่ มีประวัติศาสตร์ยาวๆ หรือกฎเวทมนตร์ครบชุดนะ บางวันเราแค่นึกเป็น “ข้อความ” ว่าเขตเมืองนี้คนอยู่แบบไหน อาชีพอะไร แล้วค่อยกลับมาเติมใหม่เมื่อมีเวลา สิ่งที่อยากเสริมสำหรับคนที่กดเข้ามาด้วยคำถามว่า “จินตนาการคือ” คือมันมีบทบาทในชีวิตจริงมากกว่าที่คิดค่ะ เช่น - ช่วยแก้ปัญหา: เราจำลองทางเลือกหลายๆ แบบในหัวก่อนตัดสินใจ - ช่วยเรียนรู้: เวลามีข้อมูลในสมองมากขึ้น จินตนาการจะเชื่อมโยงความรู้ให้เกิดไอเดียใหม่ๆ (อันนี้เลยพาไปสู่การรักการอ่านได้) - ช่วยเข้าใจตัวเอง: โลกจินตนาการบางทีก็สะท้อนความกลัว ความหวัง หรือสิ่งที่เราต้องการความปลอดภัย (เป็นเหมือนเซฟโซนได้) ถ้าอยากเริ่มฝึกจินตนาการ/เริ่มสร้างโลกจินตนาการแบบไม่กดดัน ลองทำแบบนี้ดูค่ะ 1) ตั้งคำถามสั้นๆ: “ที่นี่คือที่ไหน” “คนที่นี่ใช้ชีวิตยังไง” “เขาเจอปัญหาอะไร” 2) เลือกโฟกัสทีละชิ้น: วันหนึ่งคิดแค่ระบบขนส่ง วันต่อมาคิดเรื่องอาหาร ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน 3) ใช้โน้ตช่วยจำ: จดเป็น bullet สั้นๆ หรือวาดแผนผังหยาบๆ (ไม่ต้องสวย) 4) ยืดหยุ่นได้เสมอ: เปลี่ยนกฎ เปลี่ยนฉากได้ โลกจินตนาการไม่จำเป็นต้อง “ล็อก” ตั้งแต่แรก สำหรับพ่อแม่/คนรอบตัว ถ้าเด็กหรือคนใกล้ชิดมีโลกจินตนาการ เราว่าการถามด้วยความสนใจช่วยได้มาก เช่น “วันนี้ในโลกของหนูมีอะไรใหม่” “ตัวละครนี้รู้สึกยังไง” แทนการห้ามหรือด่าว่าไร้สาระ เพราะสำหรับบางคน นี่คือพื้นที่ปลอดภัยและเป็นเครื่องมือฝึกความคิดสร้างสรรค์อย่างดีค่ะ สุดท้าย จินตนาการมีทั้งข้อดีข้อเสียเหมือนทุกอย่าง ถ้ามันเริ่มรบกวนการนอน การเรียน/งาน หรือทำให้ตัดขาดจากชีวิตจริงเกินไป อาจต้องปรับเวลาและขอบเขต แต่โดยรวมแล้ว ถ้าใช้ให้เป็น จินตนาการและโลกจินตนาการ (paracosm/worldplay) เป็นของขวัญที่พาเราเข้าใจตัวเองและสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ได้จริงๆ