ไอเดียการตั้งนามสกุลให้ตัวละครในโลกแฟนตาซี
ไอเดียการตั้งนามสกุลให้ตัวละครในโลกแฟนตาซี บางแบบก็มีในชื่อคนจริง บางแบบเราจับแพทเทิร์นเอาเองค่ะ ถ้าได้ไอเดียดีๆก็สามารถทำไปใช้ในการสร้างโลกจินตนาการ การแต่งนิยาย การสร้างoc หรือทำสื่ออื่นๆได้นะคะ
ไอเดีย1.ตั้งตามที่อยู่(locational)
สมมติอยู่ใกล้สะพานก็ให้นามสกุล bridge อยู่ใกล้ต้นเมเปิ้ลก็นามสกุล maple แต่ในเมื่ออยู่ในโลกแฟนตาซีที่มีหลายๆอย่างไม่เหมือนโลกที่เราอยู่ ก็ลองตั้งนามสกุลที่ไม่มีจริงบ้างก็ได้นะคะ ยกตัวอย่างที่เราใช้จริงเช่น ในอวกาศมีดาวที่มีภูเขาไฟน้ำแข็ง ตัวละครที่มาจากหมู่บ้านใกล้ภูเขาไฟน้ำแข็งก็ให้นามสกุลcryovalconoซะเลย หรือเช่นนามสกุลhedgemaze ก็คืออยู่ใกล้เขาวงกต(แต่ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเขาวงกตหรอก เป็นนักทำนายต่างหาก) ถ้าใครจะอ้างอิงตำนานชาติไหนก็ลองตั้งนามสกุลจากสถานที่ในนั้นก็ได้นะคะ อันนี้เราไม่เคยทำ แต่ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่น นามกุลheavencloud(อยู่บนสวรรค์ใกล้กับก้อนเมฆ) หรือนามสกุลyggdrasil
ไอเดีย2.ตั้งตามอาชีพ(occupational)
อันนี้จะขึ้นอยู่กับอาชีพที่มีในโลกนั้นๆค่ะ ถ้าโลกเราก็baker farmer กันไป แต่โลกที่มีอาชีพแฟนตาซีอาจจะมีอาชีพอื่นเพิ่มขึ้นมา ยกตัวอย่างพื้นฐานหน่อยก็ นามสกุลmage นามสกุลpaladin ตามพวกคลาสในเกมแฟนตาซีเป็นต้นค่ะ ตัวอย่างที ่เราใช้จริงคือ cleric ที่ก็ไม่ได้เป็นผู้รักษาหรอก ก็เหมือนกับคนที่นามสกุลsmith ก็ไม่ได้เป็นช่างตีเหล็กเสมอไป อาจจะเป็นพนักงานบริษัทก็ได้ กับที่ๆเป็นแนวเทคโนโลยีเวทมนตร์หน่อยก็อาจจะผสมความดิจิตอลนิดนึง ที่เราใช้จริงก็เช่นcyberhermit ค่ะ
ไอเดีย3.ตั้งตามรูปลักษณ์(descriptive)
อย่าง white black blue green ในโลกของเรา พอเป็นโลกแฟนตาซีก็ยิ่งหลากหลายเลยค่ะ เผ่ามีปีกก็wings เผ่ามีเขาก็horn หรือจะตั้งตามลักษณะทางชีววิทยา เป็นมังกรไฟก็นามสกุลflamdragon เป็นภูตน้ำก็อาจจะนามสกุลundineก็ได้ค่ะ แต่อันนี้จะต้องโยงกับตัวตนหน่อย ถ้านามสกุลninetailsก็ควรเป็นจิ้งจอกเก้าหาง ถ้านามสกุลpinkheadก็ควรผมชมพู หรือถ้านามสกุลclaws ก็ควรมีกรงเล็บ ประมาณนี้ค่ะ
ไอเดีย4.ตั้งตามเผ่าหรือวงศ์ตระกูล
อันนี้จะตั้งตามพ่อแม่ค่ะ ก็แล้วแต่ว่าพ่อแม่ใช้ชื่ออะไร แต่เราไม่ค่อยได้ใช้เทคนิคนี้เพราะส่วนใหญ่เราจะใช้อันอื่น และชื่อตัวละครเรายาวอยู่แล้ว ถ้าเอาพ่อแม่มารวมเป็นนามสกุลก็คงยิ่งยาวเรียกยากเข้าไปใหญ่น่ะค่ะ แต่มันก็จะแบ่งย่อยเป็น patrynomic ที่ตั้งตามพ่อ และ matrynomic ที่ตั้งตามแม่ อันนี้ก็แล้วแต่จะออกแบบกลุ่มสังคมกัน เพราะเกี่ยวข้องกับแนวคิดจำพวกสืบทอดสมบัติหรือกรรมสิทธิ์ทางผู้ชายหรือผู้หญิง กับความเท่าเทียมทางเพศในโลกนั้นๆด้วยค่ะ และถ้าเรื่องไหนอิงตัวตนที่มีจริงก็ตั้งนามสกุลตามตัวตนนั้นได้นะคะ ไม่ว่าจะเทพ วีรชน หรือสัตว์ประหลาดทั้งหลายค่ะ
ไอเดีย5.ตั้งตามกลุ่มสังกัด
อันนี้ก็แล้วแต่ว่ามีกลุ่มแบบไหนบ้างค่ะ อย่างของเราจะมีวงศาหรือตระกูลที่มีคนเป็นพันเป็นหมื่น บางทีเราก็ใช้ชื่อวงศาเป็นนามสกุล เช่น วงศาroccage ก็นามสกุลroccage (กรงนกรอค) ค่ะ ส่วนชื่อวงศาก็แล้วแต่เลยค่ะว่าจะใช้หลักไหนในการตั้ง หรือบางกลุ่มอาจจะมีแพทเทิร์นนามสกุลเฉพาะ เช่นในโลกเราจะมีชาวdraconisที่ใช้นามสกุลdraconisกันทุกคนไม่เกี่ยงที่อยู่อาชีพหน้าตาค่ะ แล้วก็มีนามสกุลของเหล่าแม่มดที่ตั้งสมุนไพรขึ้นก่อนตามด้วยwitch เช่น lotuswitch หรือ cabbagewitch ค่ะ
ไอเดีย6.ตั้งตามคอนเซปต์ที่เกี่ยวข้อง
หรือจะลองตั้งตามคุณธรรมทั้งหลายได้ค่ะ เช่น เคยมีคนในตระกูลกล้าหาญก็ให้นามสกุล bravely มีคนมีเมตตาก็นามสกุล mercy ไม่จำกัดแค่นั้นนะคะ ตั้งตามเวทมนตร์ที่มีในโลกยังได้เลยค่ะ เช่น นามสกุลomniscience สำหรับคนที่รู้ทุกอย่าง ทำนองนี้ค่ะ
ไอเดีย7.ตั้งตามความไพเราะ
อันนี้ถ้ามีภาษาของโลกตัวเองก็ดีเลยค่ะ แต่ถึงไม่มีก็เอาคำศัพท์มารวมๆกันให้ดูเพราะดูหรูก็ได้ค่ะ เช่น silviaberray แล้วก็สมมติว่ามีความหมายอย่างไรในภาษาของโลกนั้นค่ะ
#แจกชื่อตัวละครในนิยาย #นามสกุล #แต่งนิยาย #นิยาย #โลกจินตนาการ
ส่วนชื่อ ที่เราเห็นจะมีสองฐานความคิดค่ะ
อันแรกคือชื่อต้องบ่งบอกอะไรสักอย่างเกี่ยวกับตัวละครนั้น เป็นแนวtop down หน่อย ชื่อต้องบอกได้ว่าตัวละครนั้นมาดีหรือร้าย โดดเด่นหรือเป็นตัวประกอบ หน้าตาหรือนิสัยเป็นยังไง เหมือนคนตั้งชื่อคือพระเจ้าที่รู้ทุกอย่าง รู้อนาคตของตัวละครนี้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เกิดจนตาย หรืออาจใช้ฐานชื่อควบคุมโชคชะตาแบบชื่อมงคลก็ได้ค่ะ แต่เราไม่ค่อยได้ใช้ฐานนี้ และถ้าเจอตัวละครนางร้ายที่ใช้ฐานนี้ก็อาจจะขัดใจนิดหน่อยค่ะ เช่นนางร้ายชื่ออรตี(ไม่ยินดี) เพราะเราใช้อีกฐานนึงค่ะ
อันที่สองคือชื่ออาจจะไม่ได้บอกเกี่ยวกับตัวละคร แต่จะบอกเกี่ยวกับพ่อแม่ของตัวละครมากกว่า เช่น มีความคาดหวังยังไงถึงตั้งชื่อลูกแบบที่พวกเขาตั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นความหวังดี เหมือนคนเขียนสมมติว่าตัวเองเป็นพ่อแม่แล้วตั้งชื่อนั้นค่ะ ถ้าใช้ฐานนี้อาจมีคนงงก็ได้ เพราะชื่อตัวร้ายอาจจะฟังแล้วดูเป็นคนดีกว่าตัวเอกเยอะ ชื่อตัวประกอบที่เป็นชนชั้นสูงอาจจะฟังแล้วเด่นกว่าชื่อตัวเอกที่เป็นคนธรรมดา เป็นแนวbottom up ค่ะ ที่เราชอบฐานนี้ก็เพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้มากกว่า ที่เราเคยตั้งก็เช่น อลิซ(ขอให้โลกนี้เป็นดินแดนมหัศจรรย์ของเธอ) ไอโดล่า(จงเป็นที่รักดั่งเทวรูป) เมริออน(การทำให้โลกนี้ดีขึ้น meliorlism) แต่ก็ใช่ว่าตั้งชื่อความหมายไม่ดีไม่ได้นะคะ แต่ต้องอยู่ในข้อจำกัดที่ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของพ่อแม่ค่ะ เช่น พ่อแม่ไม่สนใจ พ่อแม่ความคิดบิดเบี้ยว ธรรมเนียมเผ่า ทำนองนี้ค่ะ อย่างเราก็มีชื่อโยมิที่แปลว่าโลกหลังความตายเพราะคนคนนี้อาศัยในโลกหลังความตาย เป็นชื่อโหลในโลกจินตนาการเราเลยค่ะ โยมิเนี่ย หรือตั้งชื่อตัวละครนึงว่า ฮิสทีเรีย เพราะธรรมเนียมเผ่าของเขาใช้คำด้านลบของเรามาตั้งชื่อลูกหลานค่ะ

















































