“สิงโตพู่ทอง” กล้วยไม้แห่งป่าดิบเขา ในผืนป่าใต้ร่มเย็น

“สิงโตพู่ทอง” กล้วยไม้แห่งผืนป่าดิบเขาภาคใต้ ค้นพบในผืนป่าใต้ร่มเย็น

"สิงโตพู่ทอง" หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ : 𝘉𝘶𝘭𝘣𝘰𝘱𝘩𝘺𝘭𝘭𝘶𝘮 𝘰𝘷𝘢𝘵𝘶𝘮 Seidenf. วงศ์ : Orchidaceae กล้วยไม้อิงอาศัย ลำลูกกล้วยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน เรียงห่าง ๆ กัน ใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 5-6 เซนติเมตร ปลายมน โคนเรียวสอบ

ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ปลายช่อ เรียงในแนวรัศมี โค้งลงเล็กน้อย ช่อยาว 3-4.5 เซนติเมตร มี 3-6 ดอก ใบประดับรูปแถบ ดอกสีขาวแกมเหลืองหรือสีเหลืองแกมส้ม กลีบเลี้ยงรูปใบหอกแกมรูปไข่ ปลายแหลม ยาวเท่า ๆ กัน ยาว 0.7–1 เซนติเมตร กลีบดอกรูปไข่กว้าง ยาว 2.5–3.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม กลีบปากรูปไข่ ยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร อวบหนา ปลายมนโค้งลง เส้าเกสรสั้น ปลายมีรยางค์คล้ายเขา ก้านดอกและรังไข่เรียวแคบสั้น

“สิงโตพู่ทอง” เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบขึ้นตามพื้นที่โล่ง มีร่มเงาเล็กน้อย ในป่าดิบเขาที่ความสูงจากระดับทะเล 1,300 - 1,500 เมตร ในประเทศไทยพบทางภาคใต้ ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ บริเวณเขาหนอง เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แห่งผืนป่าอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,530 เมตร

การค้นพบ “สิงโตพู่ทอง” เป็นชี้วัดที่บงบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ในพื้นที่แห่งนี้ เพราะป่าแห่งนี้มีสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่หลากหลายทางชีวภาพ มีทรัพยากรพันธุ์ไม้มากมาย ทั้งป่าดิบเขาและป่าดิบชื้น

อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชน ร่วมกันตระนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ เห็นถึงคำว่า “กล้วยไม้ป่า เป็นความงดงามที่ควรคู่อยู่กับป่า หากนำออกมาจะทำให้ขาดโอกาสในการดำรงชีวิตของพันธุ์ไม้ในธรรมชาติ

ที่มา : อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น- Tai Romyen National Park จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี)

#สิงโตพู่ทอง #อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น #สุราษฎร์ธานี #กรมอุทยานแห่งชาติ

2025/9/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่ชอบ “กล้วยไม้ป่า” มักสงสัยว่าเวลาพูดถึงสิงโตพู่ทองคือกล้วยไม้แบบไหน แล้วต่างจาก “สิงโตอาจารย์เต็ม” หรือสิงโตชนิดอื่น ๆ ยังไง จากที่ได้อ่านข้อมูลและดูภาพระยะใกล้ของดอก จะเห็นว่าสิงโตพู่ทองเป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่ดอกออกเป็นช่อห้อยลง สีเหลืองแกมส้มหรือส้มแกมแดง พอดูในธรรมชาติจะเด่นมาก โดยเฉพาะตอนเห็นหลายช่อออกพร้อมกันบนพื้นมอสหรือเกาะอยู่กับลำต้นไม้ใหญ่ จุดสังเกตที่ช่วยให้จำสิงโตพู่ทองได้ (แบบคนดูดอกป่าจริง ๆ) คือ “ช่อดอกเป็นกระจุก” และเรียงเป็นแนวรัศมี โค้งลงเล็กน้อย ดอกมีทรงเรียวยาวปลายแหลม ทำให้เวลาถ่ายรูปใกล้ ๆ จะเห็นกลีบยื่นออกมาเป็นเอกลักษณ์ อีกอย่างที่เห็นได้ในภาพคือมี “ฝักสีเขียวรูปไข่” อยู่ใกล้ ๆ ช่อดอก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นเหมาะกับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ของกล้วยไม้ชนิดนี้ ถ้าใครตั้งใจจะไปดู/ถ่ายรูปกล้วยไม้ป่าในอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น แนะนำให้โฟกัสที่ “พฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบไม่รบกวนธรรมชาติ” เพราะกล้วยไม้ป่าหลายชนิด (รวมถึงกลุ่มสิงโต) อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นและแสงมาก ๆ เคล็ดลับส่วนตัวคือ - ดูอย่างเดียว ไม่ดึง ไม่จับ ไม่เขย่ากิ่ง (ช่อดอกหลุดง่าย) - ไม่เหยียบมอส/พื้นชื้นรอบ ๆ จุดที่พบ เพราะเป็นไมโครแฮบิแทตสำคัญ - ถ่ายภาพแบบไม่ใช้แฟลชแรง ๆ และไม่จัดฉากด้วยการย้ายกิ่ง/ย้ายเศษใบไม้ อีกคำถามที่เจอบ่อยจากคีย์เวิร์ดคือ “สิงโตอาจารย์เต็ม” หลายคนพิมพ์หาเพราะอยากเทียบชนิดสิงโตต่าง ๆ ซึ่งวิธีที่ปลอดภัยและถูกต้องที่สุดคือใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ประกอบ (เช่น สิงโตพู่ทอง = Bulbophyllum ovatum) และอ้างอิงแหล่งพบ/ความสูงจากระดับน้ำทะเลร่วมด้วย เพราะชื่อสามัญในกลุ่มกล้วยไม้ป่าบางพื้นที่อาจเรียกต่างกันได้ สุดท้าย อยากชวนคิดเหมือนกันว่า การพบสิงโตพู่ทองในป่าดิบเขาสูง ๆ แถวสุราษฎร์ธานีไม่ใช่แค่ “สวย” แต่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศด้วย ถ้าเราอยากให้ยังมีภาพช่อดอกสีเหลืองแกมส้มห้อยลงมาให้เห็นไปเรื่อย ๆ วิธีที่ดีที่สุดคือไปชื่นชมแบบเคารพพื้นที่ และไม่เก็บกล้วยไม้ป่าออกจากธรรมชาติ