"Prong" from the forest of Doi Phu Kha National Park.
The trunk is up to 12 meters tall, sometimes branched, the leaves are more than 2 meters long, the petioles are 30-80 centimeters long, the leaves slightly curved, the petioles are slender.
The oval male cone is 30-55 centimeters long, the leaves form a narrow slender microspore, 4-6 centimeters long, with dense soft short hairs, the ends are thorny, 1.7-3.2 centimeters long.
The leaves form a group of abmegaspores, 22-30 centimeters long, with short, soft, dense hairs, round-shaped leaf plates 10-18 centimeters long, deep edges, frequent comb spokes 2.5-7.5 centimeters long, spiny tips 3.5-7.5 centimeters long, ovules have 2-4 grains, seeds 4.2-4.5 centimeters long, the inner wall has a fiber layer.
It is found in Nepal, India, Bangladesh, Bhutan, southern China, Myanmar, Laos, and Vietnam. In Thailand, it is found in the north and northeast, up in the Chrysanthemum forest, arid rainforest, and montane forest, 600-1300 meters.
📷: KPIPENDS Doi Bhukha National Park staff
Source: Doi Phu Kha National Park, Nan Province
# Prong # Doi Phu # Doi Phu National Park # Nan Province # National Park Service
หลายคนเห็นพุ่มใบเขียว ๆ แผ่ออกเหมือนร่มอยู่บนลำต้นสูง แล้วมักเรียกรวม ๆ ว่า “ต้นใบจาก” แต่จริง ๆ แล้ว “ต้นปรง” กับ “จาก” คนละชนิดและอยู่กันคนละสภาพแวดล้อมเลยค่ะ/ครับ ถ้าอยากดูให้ชัวร์ว่าเจอ “ต้นปรง” อยู่หรือเปล่า ลองเช็กจากจุดสังเกตง่าย ๆ เหล่านี้ 1) ทรงต้นและพุ่มใบ (จุดที่เห็นเด่นมาก) ต้นปรงมักเป็นลำต้นเดี่ยวตั้งตรง สูงได้มาก และปลายยอดจะมีใบรวมกันเป็นพุ่มใหญ่ ๆ ใบยาวมาก แผ่เป็นรัศมี เวลาเงยหน้ามองจากด้านล่างจะเห็นใบสีเขียวสดตัดกับท้องฟ้า ชวนให้รู้สึกว่าต้นนี้ “เด่น” กว่าต้นอื่นในระยะไกล ซึ่งเป็นภาพที่เจอบ่อยตามป่าเขา เช่นบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 2) ผิวลำต้นและยอด ใกล้ ๆ จะเห็นลำต้นค่อนข้างแข็งแรง ผิวดูขรุขระ และบริเวณยอดมีเศษก้านใบเก่า ๆ เป็นเส้นใย/หนามเล็ก ๆ ปกคลุม ลักษณะนี้ช่วยให้แยกจากพืชใบคล้ายปาล์มหลายชนิดได้ดี เพราะปรงจะมีความ “สากและเป็นเกล็ด” มากกว่า 3) ใบ: ยาว โค้งเล็กน้อย และก้านใบชัด ใบของปรงมักยาวมากและโค้งนิด ๆ ก้านใบยาวพอสมควร และมีใบย่อยเรียว ๆ เรียงตามแกนใบ ทำให้ทรงใบดูเป็นแผงสวยเหมือนพัด เวลาแดดส่องผ่านจะเห็นความโปร่งของใบย่อยชัดเจน 4) โคน/ช่อสืบพันธุ์: อีกจุดที่ยืนยันชนิด ถ้าเจอช่วงที่มีโคน (คล้ายกรวย) จะช่วยยืนยันว่าเป็น “ปรง” ได้มาก โคนเพศผู้มักเป็นทรงไข่ยาว ส่วนเพศเมียจะเป็นกลุ่มใบสร้างอับเมกะสปอร์ที่ดูหนาและมีหนาม หากไปเดินป่าแล้วเห็นส่วนนี้ แนะนำดูห่าง ๆ และไม่จับ เพราะบางส่วนมีหนามและอาจทำให้ระคายเคืองได้ 5) ถิ่นอาศัยที่พบในไทย (สอดคล้องกับดอยภูคา) ต้นปรงที่พบตามธรรมชาติในไทยมักอยู่ภาคเหนือและภาคอีสาน ขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา และมักเจอตามระดับความสูงราว 600–1300 เมตร เพราะฉะนั้นถ้าเราเที่ยวเส้นทางธรรมชาติบนภูเขา แล้วเห็นพุ่มใบแบบนี้ โอกาสจะเป็นต้นปรงค่อนข้างสูง แล้ว “ต้นใบจาก” ต่างยังไง? จาก (Nypa fruticans) เป็นปาล์มที่ขึ้นตามป่าชายเลน/ปากแม่น้ำ ใกล้น้ำกร่อย ลำต้นมักไม่ตั้งโด่งสูงแบบปรง และสภาพแวดล้อมจะชื้นแฉะติดชายฝั่งมาก ๆ ถ้าเราอยู่บนดอยหรือในป่าภูเขา โอกาสเจอ “จาก” แทบไม่มี ดังนั้นในทริปดอยภูคา ถ้าเห็นต้นสูงพุ่มใบแผ่บนยอด ให้เดาว่าเป็น “ต้นปรง” ไว้ก่อนจะตรงกว่า ทิปส์เวลาอยากถ่ายรูปให้เห็นความอลังการ ลองถ่ายมุมเงยจากโคนต้นขึ้นไป จะได้เห็นพุ่มใบเขียวสดเป็นวงรัศมีและท้องฟ้าสีคราม หรือถ่ายมุมกว้างให้มีต้นไม้อื่นเป็นฉากหลัง จะทำให้ต้นปรงดูโดดเด่นและเห็นขนาดจริงชัดมาก



